belanegara – กรุงจาการ์ตา – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย นายปุรบายา ยูดี ซาเดวา ได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขสำคัญที่สร้างความกังวลต่อสถานะการคลังของประเทศ โดย ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 งบประมาณรายจ่ายประจำปี (APBN) ของอินโดนีเซียได้บันทึกภาวะขาดดุลสูงถึง 560.3 ล้านล้านรูเปียห์ หรือคิดเป็น 2.35% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจที่กำลังรออยู่ข้างหน้า
นายปุรบายาเปิดเผยในการแถลงข่าว APBN KiTA ที่กระทรวงการคลัง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม 2568 ว่า รายได้ของรัฐบาลที่รับรู้จริงจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ 2,351.5 ล้านล้านรูเปียห์ คิดเป็น 82.1% ของประมาณการที่ตั้งไว้ โดยมีรายรับจากภาษีเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยยอดรวม 1,903.9 ล้านล้านรูเปียห์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐ

ในส่วนของรายจ่าย รัฐบาลได้ใช้จ่ายไปแล้วทั้งสิ้น 2,911.8 ล้านล้านรูเปียห์ หรือ 82.5% ของประมาณการ โดยแบ่งเป็นรายจ่ายของรัฐบาลกลาง 2,116.2 ล้านล้านรูเปียห์ และการโอนเงินไปยังท้องถิ่นอีก 795.6 ล้านล้านรูเปียห์ ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงการดำเนินงานของภาครัฐในการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ และสนับสนุนการพัฒนาในระดับภูมิภาค
สำหรับยอดขาดดุลสมดุลเบื้องต้น (primary balance) อยู่ที่ 82.2 ล้านล้านรูเปียห์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดที่นักเศรษฐศาสตร์ให้ความสนใจ รัฐบาลอินโดนีเซียยังได้คาดการณ์ว่า ยอดขาดดุลงบประมาณ APBN ตลอดทั้งปี 2568 จะพุ่งสูงถึง 662 ล้านล้านรูเปียห์ หรือ 2.78% ของ GDP ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าที่บันทึกไว้ ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน และอาจเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดสำหรับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ถูกนำเสนอโดยรัฐมนตรีคลัง และเป็นประเด็นสำคัญที่ belanegara.co จะติดตามและวิเคราะห์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจอินโดนีเซียต่อไป