belanegara – จาการ์ตา – ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงจากผู้ให้บริการรายใหญ่หลายราย ทั้ง Pertamina, Shell, Vivo และ BP ได้ปรับตัวสูงขึ้นตลอดเดือนพฤษภาคม 2026 สร้างความกังวลให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ การปรับขึ้นราคาครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและแตกต่างกันไปในแต่ละค่าย สะท้อนถึงพลวัตของตลาดพลังงานที่ผันผวน และส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน
SPBU Vivo และ BP เป็นสองค่ายแรกที่จุดชนวนการปรับขึ้นราคาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2026 โดย Vivo ได้ปรับราคา Primus Diesel Plus จาก 14,160 รูเปียห์ เป็น 30,890 รูเปียห์ต่อลิตร ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว สร้างความตกใจให้กับผู้ใช้รถดีเซลอย่างมาก ขณะที่ BP ก็ได้ปรับราคา Ultimate Diesel ขึ้นเป็น 30,890 รูเปียห์ต่อลิตร จากเดิม 25,560 รูเปียห์ต่อลิตร สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2026 SPBU BP ได้สร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศลดราคาน้ำมัน Ultimate Diesel ลงมาอยู่ที่ 29,890 รูเปียห์ต่อลิตร ซึ่งต่ำกว่าราคาที่ปรับขึ้นไปก่อนหน้านี้เล็กน้อย การเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นผลมาจากการแข่งขันในตลาดหรือการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น
ด้าน Pertamina ผู้ให้บริการน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ ก็ไม่รอช้า โดยได้ปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ได้รับการอุดหนุนหลายชนิดในวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2026 อาทิ Pertamax Turbo ที่ปรับจาก 19,400 รูเปียห์ เป็น 19,900 รูเปียห์ต่อลิตร รวมถึง Dexlite และ Pertamina Dex ที่มีการปรับขึ้นราคาเช่นกัน การปรับขึ้นครั้งนี้ตอกย้ำถึงแนวโน้มที่ผู้บริโภคจะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูงขึ้น
และล่าสุด เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2026 SPBU Shell ก็ได้อัปเดตสต็อกน้ำมันและประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลของตนเองเช่นกัน ตอกย้ำถึงแนวโน้มราคาพลังงานขาขึ้นที่ครอบคลุมทั่วตลาด ทำให้ผู้ใช้รถยนต์และภาคธุรกิจต้องเตรียมรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สถานการณ์การปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากหลายค่ายในเดือนพฤษภาคม 2026 นี้ ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและการวางแผนทางการเงินของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ นักวิเคราะห์เศรษฐกิจจาก belanegara.co ชี้ว่า ความผันผวนของราคาน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป เพื่อประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม.
