belanegara – การเปลี่ยนผ่านการบริหารงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ภายใต้การดูแลของ บริษัท บริหารสินทรัพย์เพื่ออนาคตแห่งชาติ (บสอ.) หรือ ดานันตารา และโครงการพลังงานไฟฟ้าขนาดมหึมา 69,500 เมกะวัตต์ ตามแผนงานการจัดหาและการใช้พลังงานไฟฟ้า (RUPTL) ปี 2568-2577 กำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด ความสำเร็จของโครงการนี้จะขึ้นอยู่กับความร่วมมืออย่างเป็นเอกภาพระหว่างฝ่ายบริหารและสหภาพแรงงาน
การลงนามข้อตกลงร่วมกัน (PKB) ระหว่างปี 2568-2570 เมื่อวันอังคารที่ 17 มิถุนายน 2568 ระหว่าง ดร. ธรรมวัฒน์ ประสโจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กฟผ. และนายอับรา อาลี ประธานสหภาพแรงงาน กฟผ. ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานร่วมเป็นสักขีพยาน ข้อตกลงฉบับนี้ถือเป็นฉบับที่แปดระหว่าง กฟผ. และสหภาพแรงงาน

ความสำคัญของ PKB ฉบับนี้ยิ่งทวีคูณขึ้น เนื่องจากพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2568 ได้กำหนดให้ กฟผ. อยู่ภายใต้การบริหารของ ดานันตารา ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของ กฟผ.
“สหภาพแรงงาน กฟผ. พร้อมที่จะร่วมมือกับฝ่ายบริหารเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ประสบความสำเร็จและนำไปสู่การบริหารจัดการที่ดีขึ้น” นายอับรา กล่าวเมื่อวันอังคารที่ 17 มิถุนายน 2568
ยิ่งไปกว่านั้น แผน RUPTL ปี 2568-2577 ที่มุ่งสู่กำลังการผลิตไฟฟ้า 69,500 เมกะวัตต์ พร้อมงบประมาณสนับสนุนมหาศาลถึง 3,000 ล้านล้านบาท ในระยะเวลา 10 ปี นับเป็นความท้าทายและโอกาสสำคัญที่จะยกระดับระบบพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย การบริหารจัดการที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ และการร่วมมือกันอย่างแข็งขันระหว่างฝ่ายบริหารและสหภาพแรงงานจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของ กฟผ. และระบบพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยต่อไป