Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
- belanegara –
- ไขปริศนาเงินสมทบ BPJS สุขภาพ: จ่ายมานาน ไม่เคยป่วย จะได้เงินคืนหรือไม่? ความจริงที่คุณต้องรู้ก่อนเสียโอกาส!
- เปิดโปงความจริง! สิทธิ BPJS Kesehatan ของคุณจะ ‘ถูกระงับ’ นานแค่ไหน หากพลาดการชำระเงิน? รู้ไว้ก่อนสาย!
- จับตา! ฮันซี่ ฟลิค เตรียมเขย่าทัพบาร์ซ่า ส่ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ คืนตัวจริง นำทีมลุ้นจ่าฝูงลาลีกา!
- พลิกฟ้าผ่า! ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ พุ่ง 15% ทันที หลังคำตัดสินศาลสูงสุด เขย่าห่วงโซ่อุปทานโลกครั้งใหญ่!
- หายนะกลางสนาม! อินเตอร์ ไมอามี พ่ายเละ 0-3 เมสซี่กุมขมับไร้จอมทัพบุสเกตส์
- พลิกโฉมการค้าโลก! ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ล้มกฎภาษีทรัมป์… แต่ข้อตกลงอินโดฯ-สหรัฐฯ ยังเดินหน้า? รัฐมนตรีเศรษฐกิจอินโดฯ เผยเบื้องลึกที่หลายคนคาดไม่ถึง!
- belanegara – สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมอินโดนีเซีย (Kadin) ได้ออกโรงเรียกร้องให้ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ยกเลิกแผนการนำเข้ารถกระบะสำเร็จรูป (CBU) จำนวนมหาศาลถึง 105,000 คัน คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 24.66 ล้านล้านรูเปียห์ (ประมาณ 2.46 หมื่นล้านบาท) จากประเทศอินเดีย โดยรถยนต์เหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสหกรณ์หมู่บ้าน/ตำบล "เมราห์ ปูติห์" ทว่า Kadin กลับมองว่านโยบายดังกล่าวอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศที่กำลังอยู่ในช่วงการเติบโต
Penulis: Annas
belanegara – กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ได้สร้างความฮือฮาในวงการเศรษฐกิจ ด้วยการประกาศลดอัตราภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ในเขตกรุงจาการ์ตาลงอย่างมาก นับเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความสนใจและความสงสัยให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก โดยผู้ว่าราชการกรุงจาการ์ตา คุณประโมโน อานุง ได้ประกาศลดอัตราภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลลงเหลือ 5% และสำหรับรถยนต์สาธารณะเหลือเพียง 2% จากเดิมที่บริษัท ปตท. อินโดนีเซีย (Pertamina) เรียกเก็บอยู่ที่ 10% สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล และ 2.5% สำหรับรถยนต์สาธารณะมานานกว่า 10 ปี การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่คุณประโมโนได้พิจารณาถึงภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และต้องการที่จะช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ โดยการลดอัตราภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงนี้จะถูกนำไปใช้ในเร็ววันนี้ โดยจะมีการออกเป็นกฎหมายระดับผู้ว่าราชการกรุงจาการ์ตา (Pergub) เพื่อให้มีผลบังคับใช้ ซึ่งทางผู้ว่าฯ ได้ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด Gambar Istimewa : img.okezone.com “ผมได้ตัดสินใจแล้วสำหรับกรุงจาการ์ตา เราจะให้ความสะดวกสบายและส่วนลด โดยลดอัตราภาษีจากเดิม 10% เหลือ 5% สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล และ 2% สำหรับรถยนต์สาธารณะ” คุณประโมโนกล่าวที่ศาลาว่าการกรุงจาการ์ตา เมื่อวันพุธที่ 23 เมษายน 2568 จากข้อมูลของสำนักงานสรรพากรกรุงจาการ์ตา (Bapenda) ภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์หรือเครื่องจักรกลหนัก (PBBKB) เป็นภาษีที่เรียกเก็บโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่ประชาชนซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง การปรับลดอัตราภาษีครั้งนี้จึงถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนในกรุงจาการ์ตาอย่างแน่นอน แต่ก็ยังคงต้องติดตามผลกระทบในระยะยาวต่อเศรษฐกิจของกรุงจาการ์ตาต่อไป รวมถึงการปรับตัวของบริษัทน้ำมัน และการวางแผนการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐ ซึ่งจะเป็นประเด็นที่น่าสนใจและต้องติดตามต่อไปในอนาคต
belanegara – ธนาคารกรุงเทพ (BNI) ประกาศความสำเร็จในการเป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดหาสินเชื่อซินดิเคทมูลค่ามหาศาลถึง 1.84 ล้านล้านรูปี (ประมาณ 37,000 ล้านบาท) ให้กับบริษัท VinFast Automobile Indonesia เพื่อใช้ในการก่อสร้างโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่ในประเทศไทย การลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว พิธีลงนามสัญญาเงินกู้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ กรุงจาการ์ตา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2568 โดยมีนาง Rima Cahyani หัวหน้าฝ่ายสถาบันการเงินระหว่างประเทศของ BNI เป็นตัวแทนธนาคารในการลงนามร่วมกับธนาคารผู้ร่วมซินดิเคทและนาง Pham Thuy Linh รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ VinFast Global การลงนามครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นาย Agung Prabowo กรรมการผู้จัดการฝ่ายธุรกิจองค์กร BNI และนาย Pancaran Affendi รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายธุรกิจองค์กร BNI ร่วมเป็นสักขีพยาน Gambar Istimewa : img.okezone.com นาย Agung Prabowo กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ BNI ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย “นี่ไม่ใช่แค่การให้สินเชื่อ แต่เป็นการลงทุนในวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่เกี่ยวกับนวัตกรรม ความยั่งยืน และอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ความร่วมมือนี้จะช่วยให้เราเดินหน้าได้เร็วขึ้น ไกลขึ้น และสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรม” นาย Agung กล่าวเสริม สำหรับสินเชื่อซินดิเคทมูลค่า 1.84 ล้านล้านรูปีนี้ BNI รับภาระส่วนใหญ่ถึง 1.51 ล้านล้านรูปี ส่วนที่เหลือตกเป็นของธนาคาร Maybank Indonesia เงินกู้ดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการก่อสร้างโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของ VinFast ณ จังหวัดสุบัง ประเทศอินโดนีเซีย “โรงงานแห่งนี้คาดว่าจะเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของ VinFast สำหรับตลาดในประเทศและการส่งออก นอกจากนี้ยังจะช่วยเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น” นาย Agung กล่าวสรุป การลงทุนครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการก้าวสู่ผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน
belanegara – นายอาเธอร์ ลาฮาร์ตาร์โต้ รัฐมนตรีประสานงานด้านเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ได้พบปะหารือทวิภาคีกับนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐอเมริกา ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2568 เพื่อติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับนโยบายภาษีนำเข้าแบบตอบโต้ (reciprocal tariff) การหารือครั้งนี้ถือเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของอินโดนีเซียในการส่งเสริมการค้าที่เป็นธรรมและโปร่งใส นายอาเธอร์ได้ย้ำถึงจุดยืนของอินโดนีเซียในการแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ กับอินโดนีเซีย ซึ่งได้เคยหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) และกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ มาแล้วในการพบปะครั้งก่อน "เราสนับสนุนการค้าที่ยุติธรรมและโปร่งใส อินโดนีเซียจะเพิ่มการซื้อสินค้าสำคัญหลายประเภท เช่น น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงสินค้าเกษตร" นายอาเธอร์กล่าวในการแถลงข่าวที่กรุงจาการ์ตาเมื่อวันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2568 Gambar Istimewa : img.okezone.com นอกจากนี้ ในการพบปะครั้งนี้ นายอาเธอร์ยังได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของอินโดนีเซียในการเปิดรับการลงทุนอย่างต่อเนื่องและเสริมสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในหลายภาคส่วน รวมถึงแร่ธาตุสำคัญ เศรษฐกิจดิจิทัล และการเงิน การหารือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่อินโดนีเซียให้กับการสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและเป็นธรรมกับสหรัฐอเมริกา และแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของอินโดนีเซียในการรับมือกับความท้าทายทางการค้าในเวทีโลก
belanegara – ธนาคาร BRI (Bank Rakyat Indonesia) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการธนาคารของอินโดนีเซีย ประกาศเดินหน้าเต็มสูบในการสนับสนุนเศรษฐกิจระดับรากหญ้าและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อประชาชนหรือ KUR (Kredit Usaha Rakyat) โดยล่าสุด ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2568 BRI ได้ปล่อยกู้ KUR ไปแล้วถึง 42.23 ล้านล้านรูปี คิดเป็น 24.13% ของวงเงินสินเชื่อที่รัฐบาลกำหนดไว้ทั้งปีที่ 175 ล้านล้านรูปี ส่งผลให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 975,000 ราย ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ ไม่เพียงแต่จำนวนเงินกู้และจำนวนผู้กู้ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าประทับใจ BRI ยังให้ความสำคัญกับการปล่อยกู้ในภาคเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดย 62.43% ของวงเงิน KUR ทั้งหมดนั้น มุ่งเน้นไปยังภาคการผลิต Gambar Istimewa : img.okezone.com ที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือภาคเกษตรกรรม ซึ่งได้รับวงเงินกู้สูงสุดถึง 18.09 ล้านล้านรูปี สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ BRI ในการเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารของประเทศ นับเป็นตัวเลขที่น่าจับตามองและแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในการยกระดับเศรษฐกิจของประเทศอินโดนีเซีย ผ่านกลไกการสนับสนุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสถาบันการเงินอื่นๆ ในการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
belanegara – การย้ายถิ่นฐานครั้งประวัติศาสตร์กำลังจะเกิดขึ้น! รองหัวหน้าหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ (BIN) พล.ต.อ. (สบ.) อิหม่าม สุจันโต ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ Ibu Kota Nusantara (IKN) เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 พร้อมด้วย นายบาซูกิ ฮาดีมุลโยโน หัวหน้าหน่วยงานผู้รับผิดชอบ IKN เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการย้ายพนักงานราชการของหน่วยข่าวกรองเข้าสู่ IKN ในเดือนมิถุนายน 2568 นี้ การเคลื่อนย้ายครั้งใหญ่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนา IKN ให้เป็นศูนย์กลางอำนาจใหม่ของประเทศไทย การตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ได้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญต่างๆ ทั้งสำนักงานและที่พักอาศัยสำหรับพนักงานของหน่วยข่าวกรอง โดยคาดว่าการย้ายพนักงานจะดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยเริ่มต้นในเดือนมิถุนายน 2568 พนักงานกลุ่มแรกจะเข้าพักอาศัยในอาคารชุด (Rusun) ของหน่วยข่าวกรองที่พร้อมใช้งานแล้ว Gambar Istimewa : img.okezone.com “พวกเราได้ตรวจสอบสถานที่แล้ว พบว่ามีความพร้อมและทันสมัยมาก และสามารถดูแลรักษาได้อย่างดี คาดว่าจะเริ่มย้ายเข้าในเดือนมิถุนายน” รองหัวหน้าหน่วยข่าวกรองกล่าวในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2568 นายบาซูกิ ฮาดีมุลโยโน หัวหน้าหน่วยงานผู้รับผิดชอบ IKN ได้แสดงความยินดีกับแผนการย้ายเข้าของหน่วยข่าวกรอง และกล่าวว่า “สำหรับอาคารชุดนั้น เราจะประสานงานกับทีมงานของเราเพื่อเตรียมที่พักให้พร้อม เพื่อให้สามารถย้ายเข้าได้ในวันที่ 1 มิถุนายน” การย้ายพนักงานราชการหน่วยข่าวกรองเข้าสู่ IKN นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเมืองหลวงแห่งใหม่ และแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ IKN ในการรองรับหน่วยงานสำคัญของประเทศ การเคลื่อนย้ายครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่อย่างแน่นอน และเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนาประเทศไทยในอนาคตต่อไป
belanegara – บริษัท ยูไนเต็ด แทรคเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UNTR ประกาศแจกปันผลก้อนโตมูลค่าถึง 7.81 ล้านล้านรูปีห์ สร้างความฮือฮาให้กับวงการตลาดหุ้นอินโดนีเซีย หลังจากที่การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี (RUPST) ได้มีมติอนุมัติการจ่ายปันผลดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การจ่ายปันผลครั้งนี้ แบ่งออกเป็นสองส่วน โดยส่วนแรกเป็นปันผลระหว่างกาล (Dividen Interim) จำนวน 2.43 ล้านล้านรูปีห์ หรือคิดเป็น 667 รูปีห์ต่อหุ้น ซึ่งได้มีการจ่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 ส่วนที่เหลืออีก 5.4 ล้านล้านรูปีห์ หรือ 1,484 รูปีห์ต่อหุ้น จะถูกจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 8 พฤษภาคม เวลา 16.00 น. ตามเวลาอินโดนีเซีย โดยกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 นางสาวซารา เค. โลเอบิส เลขาธิการบริษัท UNTR ได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในการแถลงข่าว ณ อาคารอัสตรา เมื่อวันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2568 Gambar Istimewa : img.okezone.com นอกจากการประกาศจ่ายปันผลแล้ว RUPST ยังมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบ โดยมี นายอารี สุตริสโน ดำรงตำแหน่งกรรมการ นายเฮนดรา ฮูตาเฮียน ดำรงตำแหน่งกรรมการ นางสาวกิตา ทิฟฟานี บัวร์ ดำรงตำแหน่งกรรมการ และนายอิกนาซิอุส โจแนน ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลดีต่อการบริหารงานของบริษัทในอนาคต และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน การแจกปันผลครั้งใหญ่ของ UNTR ถือเป็นข่าวดีสำหรับนักลงทุน และสะท้อนถึงผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท ซึ่งน่าจะดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ทำให้หุ้น UNTR มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น และคาดว่าจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นอินโดนีเซียในภาพรวม
belanegara – เตรียมตัวกันให้ดี! ค่าผ่านทางบนทางด่วน Semarang ตอน A, B และ C ที่บริหารจัดการโดยบริษัท Jasamarga Transjawa Tol (JTT) กำลังจะปรับขึ้นราคาอย่างเป็นทางการในวันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2568 เวลา 00.00 น. ตามประกาศกระทรวงโยธาธิการเลขที่ 399/KPTS/M/2568 ลงวันที่ 26 มีนาคม 2568 เกี่ยวกับการปรับอัตราค่าผ่านทางบนทางด่วน Semarang ตอน A, B และ C การปรับขึ้นอัตราค่าผ่านทางครั้งนี้เป็นไปตามมาตรา 48 วรรค (3) แห่งพระราชบัญญัติเลขที่ 2 พ.ศ. 2565 ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเลขที่ 38 พ.ศ. 2547 เรื่องทาง และมาตรา 83 วรรค (1) แห่งพระราชบัญญัติเลขที่ 23 พ.ศ. 2567 เรื่องทางด่วน โดยการประเมินและปรับอัตราค่าผ่านทางจะดำเนินการทุกสองปี โดยคำนึงถึงอัตราเงินเฟ้อ นับเป็นมาตรการสำคัญในการรักษาประสิทธิภาพการให้บริการและการบริหารจัดการทางด่วนอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้ทางด่วนทุกท่าน Gambar Istimewa : img.okezone.com การปรับอัตราค่าผ่านทางบนทางด่วน Semarang ตอน A, B และ C ครั้งนี้ คำนวณจากอัตราเงินเฟ้อของทางด่วนช่วงดังกล่าว ตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 ถึงเดือนธันวาคม 2567 รวมถึงการชดเชยความล่าช้าในการปรับอัตราค่าผ่านทาง และการคำนวณอัตราค่าผ่านทางตามปกติทุกสองปี รองประธานฝ่ายเลขานุการองค์กรและกฎหมาย บริษัท JTT คุณ Ria Marlinda Paallo ได้อธิบายว่า การปรับขึ้นอัตราค่าผ่านทางครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการรักษาระดับมาตรฐานการให้บริการทางด่วนให้เป็นไปตามมาตรฐานการให้บริการขั้นต่ำ (SPM) รวมถึงการยกระดับคุณภาพทางด่วนและพัฒนาการให้บริการเพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจ "การปรับปรุงนี้จะช่วยให้เราสามารถมอบความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ทางด่วนได้อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมบรรยากาศการลงทุนในทางด่วนที่ดี รักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมทางด่วนที่มีแนวโน้มสดใสในประเทศอินโดนีเซีย" คุณ Ria กล่าวในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2568…
belanegara – ในยุคดิจิทัลที่โลกออนไลน์เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อชีวิตประจำวัน โซเชียลมีเดียไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือสื่อสารอีกต่อไป แต่ยังกลายเป็นแหล่งสร้างรายได้เสริมที่น่าสนใจ และหนึ่งในแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสนี้ให้กับผู้ใช้งานอย่างเต็มที่ก็คือ Facebook โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฟีเจอร์ Facebook สำหรับมืออาชีพ (FB Pro) ที่จะช่วยให้คุณเปลี่ยนบัญชีส่วนตัวให้กลายเป็นบัญชีผู้สร้างคอนเทนต์และเริ่มสร้างรายได้จากคอนเทนต์ที่คุณแบ่งปันได้อย่างง่ายดาย Facebook Pro คือฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเปิดใช้งานโหมดมืออาชีพบนบัญชีของตนได้ เมื่อเปิดใช้งานแล้ว คุณจะสามารถเข้าถึงเครื่องมือและผลิตภัณฑ์สร้างรายได้มากมายที่ Facebook เสนอให้ วิธีการเปิดใช้งานก็ง่ายดาย เพียงแค่ไปที่โปรไฟล์ Facebook ของคุณ คลิกที่ไอคอนสามจุด เลือก "เปิดใช้งานโหมดมืออาชีพ" แล้วทำตามคำแนะนำ หลังจากเปิดใช้งาน FB Pro แล้ว คุณก็สามารถสร้างรายได้ได้หลายวิธี เช่น Gambar Istimewa : img.okezone.com ระบบดาว: ในระหว่างการไลฟ์สด ผู้ชมสามารถซื้อและส่งดาวเพื่อเป็นการสนับสนุนผู้สร้างคอนเทนต์ โดยดาวแต่ละดวงสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้ โดยมีมูลค่าประมาณ 0.01 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ 1 ดาว โฆษณาใน Reels และวิดีโอแบบ On Demand (VOD): การสร้าง Reels และวิดีโอแบบ On Demand ที่มีคุณภาพสูง และได้รับการรับรองจาก Facebook จะทำให้คุณมีโอกาสได้รับรายได้จากโฆษณาที่ปรากฏในวิดีโอของคุณ ยิ่งมีผู้ชมมากเท่าไหร่ รายได้ของคุณก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีวิธีการสร้างรายได้อื่นๆ อีกมากมายบน Facebook Pro เช่น การร่วมมือกับแบรนด์ต่างๆ การขายสินค้าหรือบริการผ่าน Facebook Shop และอื่นๆ อีกมากมาย Facebook Pro จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างรายได้เสริม และเป็นโอกาสดีที่จะเปลี่ยนความสนใจและความสามารถของคุณให้กลายเป็นรายได้ที่มั่นคง ลองเปิดใช้งาน Facebook Pro และเริ่มต้นสร้างรายได้ของคุณวันนี้เลย! อย่ารอช้า โอกาสดีๆ กำลังรอคุณอยู่!
belanegara – หลายคนใฝ่ฝันอยากเป็น YouTuber แต่สงสัยกันไหมว่ารายได้ของ YouTuber ที่มีผู้ติดตามเพียง 1,000 คน จะมากน้อยแค่ไหน? วันนี้ belanegara.co จะพาไปไขข้อข้องใจ พร้อมเผยเคล็ดลับสร้างรายได้จากช่อง YouTube ของคุณ การหารายได้จาก YouTube นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว ปัจจัยสำคัญคือจำนวนการรับชม (Views) และอัตราการทำรายได้ต่อ 1,000 ครั้งที่โฆษณาแสดงผล (RPM – Revenue Per Mille) โดยเฉลี่ยในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 50-200 บาท หมายความว่าหากวิดีโอของคุณมีการรับชม 10,000 ครั้งต่อเดือน และมี RPM อยู่ที่ 100 บาท คุณจะได้รับรายได้ประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน Gambar Istimewa : img.okezone.com แต่ YouTuber ไม่ได้มีรายได้แค่จาก Adsense เท่านั้น ยังมีช่องทางอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การรับงาน Sponsor หรือการโฆษณาสินค้า การทำ Affiliate Marketing การขายสินค้าหรือบริการของตัวเอง การรับบริจาค หรือการเปิดระบบสมาชิกช่อง YouTube (Membership) ซึ่งสามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมได้อย่างน่าสนใจ จากข้อมูลต่างๆ เราสามารถประเมินรายได้คร่าวๆ ของ YouTuber ที่มีผู้ติดตาม 1,000 คน ได้ดังนี้ รายได้จาก Adsense อาจจะอยู่ที่ประมาณ 750-1,500 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับจำนวนการรับชมและ RPM ส่วนรายได้จากช่องทางอื่นๆ นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างคอนเทนต์และการตลาดของแต่ละบุคคล บางคนอาจจะสร้างรายได้หลักหมื่นบาทต่อเดือนจากการ Sponsor หรือการขายสินค้า ในขณะที่บางคนอาจจะยังไม่ได้รับรายได้เลย อย่างไรก็ตาม การสร้างรายได้จาก YouTube จำเป็นต้องมีคุณสมบัติบางอย่าง เช่น ต้องมีผู้ติดตามอย่างน้อย 1,000 คน มีเวลาการรับชมสาธารณะอย่างน้อย 4,000 ชั่วโมงในรอบ 12…
belanegara – กระแสความนิยมของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ YouTube Shorts กลายเป็นช่องทางสร้างรายได้ออนไลน์ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่วิดีโอสั้นๆ ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยอัลกอริทึมของ YouTube ที่ช่วยผลักดันคอนเทนต์ให้ไวรัล ครีเอเตอร์จึงมีโอกาสเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว เปิดโอกาสในการสร้างรายได้จากโฆษณา สปอนเซอร์ และการสนับสนุนจากชุมชน ต่อไปนี้คือ 7 วิธีในการสร้างรายได้จาก YouTube Shorts ที่คุณไม่ควรพลาด Gambar Istimewa : img.okezone.com กองทุน YouTube Shorts Fund: YouTube เปิดตัว YouTube Shorts Fund เพื่อเป็นการขอบคุณครีเอเตอร์ที่สร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจและได้รับความนิยม กองทุนนี้จะจ่ายโดยตรงจาก YouTube ให้กับครีเอเตอร์โดยพิจารณาจากประสิทธิภาพของวิดีโอ Shorts โดยไม่จำเป็นต้องเข้าร่วม YouTube Partner Program (YPP) รายได้จากโฆษณา (Revenue Sharing): ตั้งแต่ต้นปี 2566 YouTube ได้เปิดระบบแบ่งปันรายได้จากโฆษณาสำหรับวิดีโอ Shorts ผ่าน YouTube Partner Program (YPP) ครีเอเตอร์ที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับส่วนแบ่งจากรายได้โฆษณาที่ปรากฏใน Shorts สปอนเซอร์และการรับรองสินค้า (Sponsorship and Endorsement): แม้ว่าความยาวของวิดีโอ Shorts จะสั้น แต่ก็ยังคงมีพลังในการสร้างแบรนด์ บริษัทและแบรนด์ต่างๆ เริ่มให้ความสนใจครีเอเตอร์ Shorts เพื่อร่วมมือในการโปรโมตสินค้า การโปรโมตสินค้าแบบ Affiliate: ครีเอเตอร์สามารถแทรกการโปรโมตสินค้าแบบ Affiliate ผ่านวิดีโอ Shorts ได้ โดยการเพิ่มลิงก์ Affiliate ในคำอธิบายวิดีโอหรือการนำผู้ชมไปยังแพลตฟอร์มอื่น ครีเอเตอร์จะได้รับค่าคอมมิชชั่นจากยอดขายที่เกิดจากลิงก์ดังกล่าว การขายสินค้าหรือบริการของตนเอง: Shorts สามารถเป็นเครื่องมือโปรโมตธุรกิจส่วนตัวได้อย่างทรงพลัง ตั้งแต่การขายสินค้า อีบุ๊ก ไปจนถึงบริการให้คำปรึกษา ทุกอย่างสามารถทำการตลาดได้ผ่านคอนเทนต์สั้นๆ ที่น่าสนใจ การสร้าง Membership สำหรับแฟนคลับ: สร้างความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับผู้ชมโดยการเปิดให้สมัครเป็นสมาชิก สมาชิกจะได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ เช่น การเข้าถึงคอนเทนต์พิเศษ ไลฟ์สดเฉพาะกลุ่ม และอื่นๆ…