belanegara – นายแฮร์ริส ตูริโน สมาชิกคณะกรรมาธิการการเงินและงบประมาณ (Komisi XI) สภาผู้แทนราษฎรอินโดนีเซีย จากพรรค PDI Perjuangan ได้ส่งสัญญาณเตือนและข้อสังเกตเชิงวิพากษ์ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายปุรบายา ยูดี ซาเดวา เกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินคงคลังส่วนเกิน (Saldo Anggaran Lebih – SAL) ของรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันถูกนำไปฝากไว้กับกลุ่มธนาคารของรัฐ (Himbara)
นายแฮร์ริสย้ำเตือนว่า การกำหนดนโยบายทั้งการนำเงินคงคลังไปฝากและถอนคืน ควรดำเนินการด้วยการคำนวณที่แม่นยำและเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อสภาพคล่องในระบบธนาคารของประเทศ การจัดระเบียบอย่างรอบคอบและวัดผลได้ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยหลีกเลี่ยงความผันผวนและภาวะดอกเบี้ยพุ่งสูงขึ้นในตลาดการเงินภายในประเทศ

ในการประชุมคณะกรรมาธิการ Komisi XI ร่วมกับกระทรวงการคลังเมื่อเร็วๆ นี้ นายแฮร์ริสกล่าวเน้นย้ำว่า "ผมเชื่อว่าในอนาคต การบริหารจัดการเงิน SAL จำเป็นต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ตามมา"
นายแฮร์ริสกล่าวเสริมว่า เมื่อครั้งที่รัฐบาลอัดฉีดเงิน SAL ล็อตแรกเป็นจำนวน 200 ล้านล้านรูเปียห์ (Rp200 triliun) เมื่อเดือนกันยายน 2568 เป้าหมายหลักของนโยบายดังกล่าวคือการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ทว่า จากข้อมูลเชิงประจักษ์และผลการรับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการ Komisi XI ร่วมกับคณะผู้บริหารของกลุ่มธนาคาร Himbara ในช่วงเวลานั้น ชี้ให้เห็นว่าสภาพคล่องของระบบธนาคารยังคงอยู่ในระดับที่เพียงพอ การอัดฉีดสภาพคล่องเพิ่มเติมจากภาครัฐจึงยังไม่ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนในขณะนั้น
นายแฮร์ริสย้ำว่า "ดังนั้น จึงไม่มีภาวะขาดแคลนสภาพคล่องในตลาดเลยแม้แต่น้อย เมื่อมีการผลักดันเงินล็อตแรกจำนวน 200 ล้านล้านรูเปียห์เข้าสู่ระบบ"
ยิ่งไปกว่านั้น นายแฮร์ริสยังตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องกันของนโยบายการคลังที่ดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปมาหลายครั้ง ตั้งแต่การนำเงินไปฝาก การถอนออกอย่างกะทันหัน ไปจนถึงการอัดฉีดกลับเข้าไปใหม่ วงจรการดึงและดันเงิน SAL ในลักษณะนี้ ถูกมองว่าเป็นการสร้างร่างความไม่แน่นอนใหม่ให้กับบรรดาผู้เล่นในตลาดการเงิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระยะยาว