belanegara – การประเดิมสนามของ เฟร์รัน ตอร์เรส กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดา แต่เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทันที เมื่อหัวหอกชาวสเปนรายนี้ระเบิดฟอร์มซัดแฮตทริกสุดยอด พาทีมแชมป์เก่าเปิดฉากป้องกันแชมป์ด้วยชัยชนะถล่มทลายเหนือ สโลวาน บราติสลาวา
ตอร์เรส ซึ่งย้ายมาจาก บาร์เซโลนา เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ใช้เวลาไม่นานในการแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลและศักยภาพอันล้นเหลือของเขา เขาซัดคนเดียวสามประตูในเกมที่เพื่อนร่วมทีมอย่าง อุสมาน เดมเบเล ก็โชว์ฟอร์มเด่นเหมาสองลูก ส่วน ฟาเบียน รุยซ์ ก็มีชื่อบนสกอร์บอร์ดเช่นกัน

เปแอสเชครองเกมได้ตั้งแต่ครึ่งแรก และเป็น เดมเบเล ที่เปิดสกอร์แรกในนาทีที่ 17 จากการซ้ำลูกยิงอันหนักหน่วงของ นูโน เมนเดส ที่พุ่งชนเสามาเข้าทาง
เพียงหกนาทีต่อมา แข้งดีกรีบัลลงดอร์รายล่าสุดก็มาบวกประตูที่สองให้กับตัวเอง สโลวาน บราติสลาวา ถูกลงโทษจากการพยายามขึ้นเกมจากแดนหลัง ก่อนที่ เดมเบเล จะโหม่งลูกครอสของ โดร เฟอร์นันเดซ ที่แฉลบผู้เล่นคู่แข่งเข้าไป
จากนั้น เดมเบเล ก็เปลี่ยนบทบาทมาเป็นคนแอสซิสต์ เขาบรรจงเปิดบอลเรียดเข้ากรอบเขตโทษ และ ตอร์เรส ก็ไม่พลาดที่จะแปบอลจ่อๆ เข้าไปที่เสาแรกอย่างง่ายดาย ประตูนี้เป็นจุดเริ่มต้นของงานเลี้ยงส่วนตัวของ ตอร์เรส
เพียงสองนาทีหลังเริ่มครึ่งหลัง ตอร์เรสก็มาบวกประตูที่สองให้ตัวเอง เขาเคลื่อนที่อย่างชาญฉลาดก่อนจะรับบอลจาก มักเนส อักลิอูเช และซัดเต็มข้อเข้าไปอย่างเด็ดขาด กองหลังสโลวานหมดปัญญาป้องกัน
แฮตทริกในที่สุดก็มาถึง เมื่อ ตอร์เรส ฉวยโอกาสจากลูกเตะมุมของ เดมเบเล ที่เปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษที่เต็มไปด้วยผู้เล่น สามประตูในเกมเดียวทำให้การประเดิมสนามในเวทียุโรปกับ เปแอสเช ของเขาสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
สโลวาน มาได้ประตูตีไข่แตกจาก ซูเลมาน คามารา ที่พาบอลเข้ากรอบเขตโทษ ล็อกหลบเข้าเท้าขวา ก่อนจะซัดเต็มแรงเสียบมุมบนตาข่ายอย่างสวยงาม ทีมเยือนรายนี้คุมทีมโดยอดีตกองกลาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่าง ยาย่า ตูเร
แต่ เปแอสเช ก็ยังมีคำตอบ ฟาเบียน รุยซ์ ปิดท้ายงานเลี้ยงประตูด้วยการยิงเรียดเสียบมุมไกลในช่วงท้ายเกม
ผลการแข่งขันนี้ถือเป็นการฉีดความมั่นใจครั้งใหญ่ให้กับ เปแอสเช หลังจากออกสตาร์ทฤดูกาลใน ลีกเอิง ได้ไม่สวยหรูนัก พวกเขายังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลยในลีกภายในประเทศ โดยมีสถิติเสมอสองและแพ้หนึ่งนัด
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ เปแอสเช รั้งอันดับที่ 13 ของตาราง ลีกเอิง ฝรั่งเศส ชัยชนะครั้งใหญ่ในเวทียุโรปจึงมาในเวลาที่เหมาะสมที่สุด