belanegara – บาร์เซโลน่าเตรียมลงสนามในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2026-27 ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม หลังโชว์ฟอร์มสุดร้อนแรงในลาลีกา สเปน ภายใต้การนำทัพของ ฮันซี่ ฟลิค ที่พาทีมคว้าชัย 4 นัดรวด เก็บ 17 ประตู ขึ้นนำจ่าฝูงอย่างสง่างาม ถือเป็นใบเบิกทางอันยอดเยี่ยมก่อนเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เฟเยนูร์ด ที่สนามเอสตาดิ โอลิมปิก ยูอิส กอมปานิส คืนนี้ เป้าหมายของ "อาซูลกราน่า" ไม่ใช่แค่การเก็บสามแต้ม แต่คือการไล่ล่า "ถ้วยบิ๊กเอียร์" ที่ห่างหายไปตั้งแต่ปี 2015 เพื่อเพิ่มสถิติเป็นแชมป์สมัยที่ 6 ของสโมสร
เครื่องจักรสังหารประตูของฟลิคทำงานได้อย่างไร้ที่ติในลีก โดยมี เอลเช่, แอธเลติก บิลเบา, ราโย บาเยกาโน่ และบาเลนเซีย เป็นเหยื่อสังเวย แต่ความทะเยอทะยานที่แท้จริงของสโมสรในฤดูกาลนี้อยู่ที่เวทียุโรป บาร์เซโลน่าต้องการกลับมายืนบนจุดสูงสุดของยุโรปอีกครั้ง หลังจากที่เคยทำได้ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2015 และหวังที่จะเพิ่มถ้วยรางวัลแชมเปียนส์ลีกเป็นใบที่หกในประวัติศาสตร์สโมสร

อย่างไรก็ตาม บาร์เซโลน่ายังคงมี "การบ้าน" ที่ต้องแก้ไขในแนวรับ การเดินทางในยุโรปของพวกเขาต้องหยุดลงที่รอบก่อนรองชนะเลิศเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วยน้ำมือของ แอตเลติโก มาดริด และก่อนหน้านั้นหนึ่งปีก็ทำได้เพียงรอบรองชนะเลิศในแชมเปียนส์ลีก 2024-25 แม้ว่าคุณภาพในแนวรุกจะสูงลิบ แต่ความแข็งแกร่งของแนวรับยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามสำคัญ หากพวกเขาต้องการก้าวไปให้ไกลกว่าเดิมในฤดูกาลนี้
ในส่วนของคู่ปรับจากแดนกังหันลมอย่าง เฟเยนูร์ด พวกเขาไม่ใช่คู่แข่งหน้าใหม่เสียทีเดียว เพราะทั้งสองทีมเคยดวลแข้งกันมาแล้วสองครั้งในรอบ 16 ทีมสุดท้ายของฤดูกาล 1974-75 ซึ่งบาร์เซโลน่าเป็นฝ่ายชนะด้วยสกอร์รวม 3-0 เฟเยนูร์ดเองก็เดินทางมาด้วยความมั่นใจไม่แพ้กัน พวกเขายังไม่แพ้ใครเลยตลอด 5 นัดแรกของฤดูกาล โดยเก็บชัยชนะ 3 นัดและเสมอ 2 นัด ล่าสุดเพิ่งเอาชนะ ไนจ์เมเก้น 3-1 และยังไม่แพ้ใครในทุกรายการ รวมถึงเกมอุ่นเครื่อง นับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
เฟเยนูร์ดไม่ใช่สโมสรที่ไร้ประวัติศาสตร์ในรายการนี้ พวกเขาเคยคว้าแชมป์ยูโรเปียนคัพมาแล้วในปี 1970 ด้วยการเอาชนะ เซลติก 2-1 ในรอบชิงชนะเลิศ อย่างไรก็ตาม เส้นทางยุโรปช่วงหลังของพวกเขากลับไม่ราบรื่นนัก เฟเยนูร์ดตกรอบแบ่งกลุ่มยูโรปาลีก 2025-26 และก่อนหน้านั้นก็ตกรอบคัดเลือกแชมเปียนส์ลีกรอบที่สามในฤดูกาลเดียวกัน การปรากฏตัวครั้งล่าสุดในรอบแบ่งกลุ่มแชมเปียนส์ลีกคือฤดูกาล 2024-25 ซึ่งพวกเขาผ่านเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายก่อนจะพ่าย อินเตอร์ มิลาน ด้วยสกอร์รวม 1-4 แม้ฤดูกาลที่แล้วจะจบด้วยการเป็นรองแชมป์เอเรดิวิซี่ และฟอร์มการเริ่มต้นฤดูกาลที่ยังไม่แพ้ใครจะสร้างความเชื่อมั่น แต่คุณภาพของบาร์เซโลน่ายังคงเป็นงานหนักสำหรับพวกเขา
ทั้งสองทีมต่างต้องเผชิญหน้ากับปัญหานักเตะบาดเจ็บและติดโทษแบน บาร์เซโลน่าจะไม่มี แฟรงกี้ เดอ ยอง และ รูนี่ บาร์ดกี้ ที่มีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า รวมถึง เอริค การ์เซีย ที่ติดโทษแบน ขณะที่ เจสซี่ บิซิอู ยังต้องรอเช็กความฟิตจากอาการฟกช้ำ ฟลิคต้องตัดสินใจอย่างหนักในการจัดทัพ โดยมี มาร์ค เบร์นัล, ดานี่ โอลโม่ และ คาริม อเดเยมี่ ที่พร้อมสอดแทรกเป็นตัวจริง การขาดหายไปของ เอริค การ์เซีย อาจทำให้ ชูลส์ คุนเด้ ต้องขยับไปเล่นแบ็กขวา ส่วนแนวรุก ลามีน ยามาล, แอนโธนี่ กอร์ดอน และ เฟอร์มิน โลเปซ น่าจะช่วยสนับสนุน ราฟินญ่า
ด้านเฟเยนูร์ดก็มีผู้เล่นบาดเจ็บหลายรายเช่นกัน ได้แก่ โธมัส บีเลน, บาร์ท นิวคูป, กีส สมอล, ยาคุบ โมเดอร์ และ จอร์แดน บอสส์ อย่างไรก็ตาม พวกเขามีดาวเด่นที่น่าจับตามองอย่าง จิวาย เซเชียล ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจในต้นฤดูกาล ยิงไป 4 ประตู และทำ 3 แอสซิสต์จากการลงสนาม 5 นัด รวมถึง ลูชาโน่ วาเลนเต้ ที่ยิงไป 3 ประตูจาก 5 เกม และน่าจะได้ออกสตาร์ทในแนวรุก ส่วน นาโช่ เฟร์รี่ มีโอกาสเป็นตัวเลือกในแดนกลาง และ ชาคีล ฟาน เพอร์ซี่ ลูกชายของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ตำนานกองหน้า ก็มีชื่ออยู่ในลิสต์ตัวสำรอง
คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริง
บาร์เซโลน่า: เจ การ์เซีย; คุนเด้, คูบาร์ซี่, คริสเตนเซ่น, เอสปาร์ท; โรดรี้, เปดรี้; ยามาล, เฟอร์มิน, กอร์ดอน; ราฟินญ่า
เฟเยนูร์ด: เอิร์นสท์; รีด, จุสเต้, วาตานาเบะ, มาร์มอล; แวนฮูตเต้, เซเชียล, ทาร์กัลลีน; วาเลนเต้, เฟร์รี่, ดิอาร์ร่า
belanegara.co ฟันธงสกอร์:
เฟเยนูร์ดมีฟอร์มการเล่นที่ดีและศักยภาพเพียงพอที่จะสร้างความปั่นป่วนให้กับบาร์เซโลน่าได้ สถิติไร้พ่าย 5 นัดแรกของฤดูกาลแสดงให้เห็นว่าทีมจากเนเธอร์แลนด์ไม่ได้มาเพื่อตั้งรับ อย่างไรก็ตาม บาร์เซโลน่ากำลังอยู่ในช่วงโมเมนตัมที่เหนือกว่า ด้วยชัยชนะ 4 นัดรวด, การทำ 17 ประตู และคุณภาพของนักเตะในแนวรุก ทำให้พวกเขาเป็นทีมที่ถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งในเกมนี้
belanegara.co คาดการณ์: บาร์เซโลน่า 3-1 เฟเยนูร์ด