belanegara – เตรียมพบกับความตื่นเต้นเร้าใจในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2026/27 เมื่อ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ยอดทีมจากอังกฤษ จะออกเดินทางไปเยือนถิ่นสตาดิโอ ดิเอโก อาร์มันโด มาราโดนา รังเหย้าของ นาโปลี ทีมแกร่งจากอิตาลี ในคืนวันพุธที่ 9 กันยายน เข้าสู่เช้าวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย การพบกันครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประเดิมสนามในรอบลีก (League Phase) เท่านั้น แต่ยังเป็นการดวลกันครั้งที่ห้าในประวัติศาสตร์ของทั้งสองสโมสร ซึ่งสถิติเก่าบ่งชี้ว่า อาร์เซนอล มีภาษีดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด
จากสี่ครั้งที่ผ่านมา "เดอะ กันเนอร์ส" สามารถคว้าชัยไปได้ถึงสามครั้ง ขณะที่ "ปาร์เตโนเป" เก็บชัยชนะได้เพียงครั้งเดียว ที่น่าสนใจคือ ทุกครั้งที่ทั้งสองทีมชนะ ไม่มีฝ่ายใดเสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันเมื่อพวกเขาเผชิญหน้ากัน

สำหรับ อาร์เซนอล ภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า พวกเขามีเส้นทางที่น่าจดจำในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ตลอดสามฤดูกาลที่ผ่านมา จากการเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ พัฒนาสู่รอบรองชนะเลิศ และไปจบที่ตำแหน่งรองแชมป์ในฤดูกาล 2025/26 อย่างน่าเสียดาย หลังจากพ่ายแพ้ต่อ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในการดวลจุดโทษรอบชิงชนะเลิศ
ในทางกลับกัน นาโปลี มีผลงานที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงในฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาไม่สามารถผ่านรอบแรกได้สำเร็จ เก็บได้เพียงแปดคะแนนจากแปดนัด จบอันดับที่ 30 ในตารางคะแนนรอบลีก ซึ่งเป็นผลงานที่น่าผิดหวังสำหรับทีมที่มีศักยภาพ
จุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้า
อาร์เซนอลและนาโปลีพบกันครั้งแรกในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2013/14 โดยเกมแรกเกิดขึ้นที่เอมิเรตส์ สเตเดียม เมื่อเดือนตุลาคม 2013 "ปืนใหญ่" ในยุคที่มี เมซุต โอซิล เป็นตัวชูโรง โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าชัยไป 2-0 โดย โอซิล ซัดประตูเบิกร่องอย่างสวยงาม ก่อนจะแอสซิสต์ให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ยิงประตูปิดท้าย
แต่เมื่อถึงคราวที่ นาโปลี ได้กลับมาเล่นในบ้าน ณ เดือนธันวาคมปีเดียวกัน พวกเขาก็แก้แค้นได้สำเร็จด้วยสกอร์ 2-0 เช่นกัน จากการทำประตูของ กอนซาโล อิกวาอิน และ โฆเซ กาเยฆอน โดยเกมนั้น มิเกล อาร์เตต้า ซึ่งเป็นผู้เล่นในขณะนั้น ยังถูกใบแดงไล่ออกจากสนามหลังได้รับสองใบเหลือง ทำให้ ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือของนาโปลีในตอนนั้น สามารถเอาชนะทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ได้อย่างน่าประทับใจ
กลับมาดวลกันในยูโรปา ลีก
ทั้งสองทีมกลับมาพบกันอีกครั้งในรอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2018/19 คราวนี้ อาร์เซนอล แสดงความเหนือกว่าอย่างชัดเจน โดยรวมผลสองนัดชนะไป 3-0
ในเลกแรกที่เอมิเรตส์ สเตเดียม อารอน แรมซีย์ เปิดสกอร์นำ ก่อนที่ คาลิดู คูลิบาลี จะทำเข้าประตูตัวเอง ทำให้ "ปืนใหญ่" นำ 2-0
นาโปลี ต้องการปาฏิหาริย์ในเลกที่สอง แต่ทว่า อเล็กซ็องเดร ลากาแซ็ตต์ ก็มาซัดฟรีคิกสุดสวยเป็นประตูชัยเพียงลูกเดียวในเกมที่เนเปิลส์ ส่งผลให้อาร์เซนอลผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ ก่อนจะไปพ่ายแพ้ต่อ เชลซี ในรอบชิงชนะเลิศ
มาถึงวันนี้ ทั้งสองทีมโคจรมาพบกันอีกครั้ง สถิติยังคงเป็นของ อาร์เซนอล ที่ชนะ 3 จาก 4 ครั้ง อย่างไรก็ตาม การได้เล่นในบ้าน ณ สตาดิโอ ดิเอโก อาร์มันโด มาราโดนา ย่อมเป็นโอกาสทองสำหรับ นาโปลี ที่จะล้างตาและปรับปรุงสถิติการพบกันให้ดีขึ้น การแข่งขันครั้งนี้จึงเป็นที่จับตาว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย หรือเจ้าบ้านจะสร้างเซอร์ไพรส์ได้สำเร็จ