belanegara – เรอัล มาดริด โชว์สปิริตแชมป์ พลิกสถานการณ์กลับมาคว้าชัยเหนือ แอตเลติโก มาดริด 3-2 ในศึกดาร์บี้มาดริดอันดุเดือด ผลลัพธ์นี้ทำให้ "ราชันชุดขาว" ไล่จี้ บาร์เซโลนา ในตารางคะแนนลาลีกา สเปน พร้อมทำลายความฝันของ "ตราหมี" ที่จะสร้างประวัติศาสตร์เอาชนะคู่ปรับร่วมเมืองได้ทั้งสองนัดในฤดูกาลเดียว ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นนับตั้งแต่ฤดูกาล 1950/51
แอตเลติโก มาดริด ช็อกแฟนบอลเจ้าถิ่นด้วยการขึ้นนำไปก่อนจาก อเดโมล่า ลุคแมน ในนาทีที่ 30 จากการแอสซิสต์ด้วยส้นเท้าสุดเหนือชั้นของ จูเลียโน่ ซิเมโอเน่ ทว่า เรอัล มาดริด กลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างดุดันในครึ่งหลัง โดยใช้เวลาเพียง 10 นาที พลิกสถานการณ์กลับมานำได้สำเร็จจากลูกจุดโทษของ วินิซิอุส จูเนียร์ และลูกยิงสุดคมของ เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้

ทีมเยือนไม่ยอมแพ้ ตามตีเสมอได้อีกครั้งจากลูกยิงไกลสุดสวยของ นาอูเอล โมลิน่า แต่ "ราชันชุดขาว" ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น เมื่อ วินิซิอุส จูเนียร์ ซัดประตูที่สองของตัวเองให้ เรอัล มาดริด กลับมานำอีกครั้งจากนอกกรอบเขตโทษ แม้จะต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คนในช่วงท้ายเกม หลังจาก เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ โดนใบแดงไล่ออกจากการเข้าปะทะกับ อเล็กซ์ บาเอน่า แต่ทีมเจ้าบ้านก็ยังคงรักษาความได้เปรียบไว้ได้จนกระทั่งเสียงนกหวีดยาวดังขึ้น
ชัยชนะครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทำให้ช่องว่างคะแนนกับ บาร์เซโลนา เหลือเพียง 4 แต้ม หลังจากที่ "เจ้าบุญทุ่ม" คว้าชัยเหนือ ราโย บาเยกาโน่ ในวันเดียวกัน ก่อนเกม เรอัล มาดริด รู้ดีว่าต้องเก็บสามแต้มให้ได้ จึงเปิดเกมรุกอย่างดุดันตั้งแต่ต้นที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว วินิซิอุส จูเนียร์ ถูกทำฟาวล์ในเขตอันตรายแต่ผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์ ดานี่ การ์บาฆาล ยิงจากนอกกรอบแต่ ฮวน มุสโซ่ ยังเซฟไว้ได้ และ เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ ก็เกือบทำประตูได้แต่บอลไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย
"ราชันชุดขาว" ยังคงสร้างโอกาสอย่างต่อเนื่องผ่าน อาร์ดา กือแลร์ และ วินิซิอุส จูเนียร์ แต่ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ การไม่สามารถฉวยโอกาสได้ในที่สุดก็นำมาซึ่งหายนะ เมื่อนาทีที่ 30 แอตเลติโก มาดริด ก็เป็นฝ่ายขึ้นนำจาก อเดโมล่า ลุคแมน ที่ยิงระยะเผาขนหลังจากรับบอลแอสซิสต์ด้วยส้นเท้าสุดเหนือชั้นจาก จูเลียโน่ ซิเมโอเน่
เข้าสู่ครึ่งหลัง เรอัล มาดริด กลับมาพร้อมความมุ่งมั่นที่มากขึ้น การทำฟาวล์ใส่ บราฮิม ดิอาซ ในกรอบเขตโทษนำมาซึ่งลูกจุดโทษ และ วินิซิอุส จูเนียร์ ก็สังหารเข้าไปอย่างเยือกเย็น ตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ เพียงสามนาทีถัดมา "ราชันชุดขาว" ก็พลิกแซงนำ เมื่อ เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ ฉวยโอกาสจากความผิดพลาดในการสกัดบอลของกองหลังแอตเลติโก ซัดเต็มข้อผ่านมือ มุสโซ่ เข้าไป เกมยังไม่จบแค่นั้น เมื่อ นาอูเอล โมลิน่า ยิงไกลสุดสวยให้ "ตราหมี" ตีเสมอได้อีกครั้ง แต่ วินิซิอุส จูเนียร์ ก็ไม่ยอมแพ้ ซัดประตูที่สองของตัวเองจากนอกกรอบเขตโทษ ให้ เรอัล มาดริด กลับมานำอีกครั้ง
สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อ เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ โดนใบแดงไล่ออกจากการเข้าปะทะ ทำให้ เรอัล มาดริด ต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คนในช่วงเวลาที่เหลือ แอตเลติโก พยายามใช้ความได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่น จูเลียน อัลวาเรซ เกือบตีเสมอได้แต่บอลไปชนคานอย่างจัง แต่สุดท้ายเสียงนกหวีดยาวที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ก็ยืนยันชัยชนะอันล้ำค่าของ เรอัล มาดริด ในเกมที่เต็มไปด้วยดราม่านี้ ทำให้พวกเขายังคงรักษาความกดดันต่อ บาร์เซโลนา ในตำแหน่งจ่าฝูงลาลีกาต่อไปได้อย่างยอดเยี่ยม
เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตล่าสุด สามารถติดตามข่าวสารจาก belanegara.co ได้ที่ Google News!
