belanegara – หน่วยงานอาหารแห่งชาติอินโดนีเซีย (Bapanas) ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์อุปทานและราคาอาหารที่ยังคงมีเสถียรภาพและปลอดภัย แม้กระทั่งในพื้นที่ชายแดนอันห่างไกลของประเทศ โดยยืนยันว่าสินค้าอาหารหลักหลากหลายชนิดยังคงมีจำหน่ายอย่างต่อเนื่องในราคาที่ค่อนข้างคงที่และมีอุปทานที่ราบรื่น
นายอันดริโก โนโต ซูซันโต รองผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการบริโภคที่หลากหลายและความมั่นคงทางอาหารของ Bapanas ได้กล่าวในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 ว่า "เราต้องการให้มั่นใจว่าอุปทานและราคาอาหารในเขตปกครองนูนูกันยังคงมีเสถียรภาพ จากการตรวจสอบภาคสนาม พบว่าสินค้าอาหารหลักหลายชนิดมีจำหน่ายอย่างต่อเนื่องในราคาที่ค่อนข้างคงที่ และมีอุปทานที่ราบรื่น สภาพการณ์นี้ต้องได้รับการรักษาไว้ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง" สินค้าที่ได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ข้าวสาร, น้ำมันพืช, น้ำตาลบริโภค, เนื้อไก่, ไข่ไก่, หอมแดง, กระเทียม และพริก ซึ่งทั้งหมดนี้พบว่ามีจำหน่ายในตลาดด้วยราคาที่ยังคงควบคุมได้

นายอันดริโกยังเสริมว่า ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (BPS) ซึ่งระบุว่าในเดือนมิถุนายน 2569 เขตปกครองนูนูกันมีอัตราเงินเฟ้อประจำปี (year-on-year) อยู่ที่ 2.08 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในจังหวัดกาลิมันตันเหนือ ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการควบคุมราคาผ่านการประสานงานระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และความราบรื่นในการกระจายอาหารในพื้นที่
ในอีกด้านหนึ่ง Bapanas เล็งเห็นว่าสถานะของนูนูกันในฐานะพื้นที่ชายแดนระหว่างอินโดนีเซีย-มาเลเซีย ทำให้การเสริมสร้างระบบโลจิสติกส์ด้านอาหารมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน อุปทานอาหารส่วนใหญ่ในพื้นที่นี้ยังคงต้องพึ่งพาการกระจายจากเมืองตารากัน ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานอาหารแห่งชาติจึงผลักดันการก่อสร้างคลังสินค้าของ Perum Bulog (หน่วยงานคลังสินค้าแห่งรัฐ) ในเขตปกครองนูนูกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายอาหาร และเสริมสร้างกลไกของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพอุปทานและราคาอาหารในพื้นที่ชายแดนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจล่าสุดและข้อมูลเชิงลึกที่เชื่อถือได้จาก belanegara.co เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวในตลาด นโยบายเศรษฐกิจ และสถานการณ์การเงินทั้งในอินโดนีเซียและทั่วโลก