belanegara – ทีมชาติฟิลิปปินส์ระเบิดฟอร์มสุดยอด พลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะเจ้าภาพลาวไปอย่างขาดลอย 4-1 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน AFF 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม B ที่กรุงเวียงจันทน์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คว้าสามแต้มแรกได้อย่างงดงาม หลังจากที่เคยพ่ายแพ้ให้กับเมียนมามาในนัดเปิดสนาม ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นการตอบโต้ที่ยอดเยี่ยม โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ใบแดงในช่วงครึ่งแรกซึ่งทำให้เกมเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
เกมเริ่มต้นขึ้นด้วยความได้เปรียบของเจ้าถิ่นลาว เมื่อ ดามอธ ทองคำสวัสดิ์ กองหน้าตัวเก่ง ซัดบอลจากนอกกรอบเขตโทษในนาทีที่ 7 บอลพุ่งตรงเข้าหาประตู และแม้ว่า ควินซี คัมเมอร์ราด ผู้รักษาประตูฟิลิปปินส์จะพยายามรับไว้ แต่บอลกลับหลุดมือและกลิ้งข้ามเส้นประตูไป ทำให้ลาวขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 สร้างความดีใจให้กับแฟนบอลเจ้าถิ่น

แต่สถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 14 เมื่อ เฟดดาวัน สมสนิท กองหลังทีมชาติลาว เข้าสกัดจากด้านหลังใส่ จาร์วีย์ กาโยโซ ผู้เล่นฟิลิปปินส์ บริเวณกลางสนามอย่างรุนแรง ในตอนแรก ผู้ตัดสิน คิม ฮี-กอน ชาวเกาหลีใต้ ชักใบเหลือง แต่หลังจากที่ได้รับสัญญาณจากห้อง VAR และไปดูภาพช้าข้างสนามด้วยตัวเอง ก็เปลี่ยนคำตัดสินเป็นใบแดงไล่ เฟดดาวัน ออกจากสนามทันที ทำให้ลาวต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คนตั้งแต่ต้นเกม และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เกมของลาวต้องสะดุด
ฟิลิปปินส์พยายามโหมบุกหนักทันที และเกือบได้ประตูตีเสมอจากลูกโหม่งของ เคนจิ นิชิโอกะ แต่ผู้ตัดสินปฏิเสธประตูเนื่องจากมีการทำฟาวล์เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ไม่นานหลังจากนั้น ลูกฟรีคิกของ โคล มโรวกา ก็พุ่งเฉียดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้สกอร์ยังคงเป็น 1-0
ความพยายามของฟิลิปปินส์มาประสบผลสำเร็จในที่สุดเพียงสองนาทีหลังจากเริ่มครึ่งหลัง เมื่อ ไดสุเกะ ซาโตะ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้ามาในกรอบเขตโทษ กองหลังลาวสกัดบอลไม่ขาด บอลกระดอนมาเข้าทาง จอห์น ลูเซโร ที่ซัดด้วยเท้าขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบมุมล่างตาข่ายอย่างสวยงาม ตีเสมอให้ฟิลิปปินส์เป็น 1-1
อีกเพียงห้านาทีถัดมา ฟิลิปปินส์ก็พลิกขึ้นนำได้สำเร็จ โคล มโรวกา เล่นลูกทำชิ่งหนึ่งสองกับ ฮาเวียร์ มาริโอนา ก่อนจะสับไกยิง บอลไปแฉลบขาของ เวียงไซ สิทดาวง กองหลังลาว เปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเองไปอย่างโชคร้าย ทำให้สกอร์กลายเป็น 2-1 ฟิลิปปินส์นำ
ความได้เปรียบของฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นอีก เมื่อผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลูกจุดโทษ จากจังหวะที่ลูกยิงของ กาโยโซ ไปโดนมือของ พุดทะวงค์ แสงวิไชย กองหลังลาวในเขตโทษ และเป็น จาร์วีย์ กาโยโซ เองที่รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าไปอย่างเยือกเย็น ไม่พลาดเป้า ทำให้ฟิลิปปินส์ทิ้งห่างเป็น 3-1
ก่อนหมดเวลาการแข่งขัน ไดสุเกะ ซาโตะ ก็มาตอกย้ำชัยชนะให้กับทีมเยือนอย่างเด็ดขาด จากจังหวะที่ เคนจิ นิชิโอกะ เปิดบอลจากฝั่งซ้าย ซาโตะหลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปโหม่งบอลตุงตาข่ายในนาทีสุดท้ายของการแข่งขัน ทำให้สกอร์ไหลเป็น 4-1
สำหรับ โคล มโรวกา ผู้เล่นฟิลิปปินส์ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นตลอดทั้งเกม มีส่วนสำคัญในการพลิกสถานการณ์ของทีม ได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำการแข่งขัน (Hyundai Player of the Match) จากผลงานอันยอดเยี่ยมของเขา.
