belanegara – อนาคตของ เมสัน เมาท์ มิดฟิลด์ตัวเก่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดก่อนฤดูกาลใหม่จะเริ่มต้นขึ้น แม้จะยังอยู่ในแผนการทำทีมช่วงปรีซีซั่น แต่มีเสียงเรียกร้องจากบุคคลในวงการฟุตบอลว่า ดาวเตะวัย 27 ปีรายนี้ ควรพิจารณาหาต้นสังกัดใหม่ที่สามารถมอบโอกาสลงสนามได้อย่างสม่ำเสมอมากกว่านี้
ข้อเสนอแนะที่สร้างความประหลาดใจนี้มาจาก แกรี แม็คอัลลิสเตอร์ อดีตกองกลางระดับตำนานของโคเวนทรี ซิตี้ และลิเวอร์พูล เขาเชื่อว่า โคเวนทรี ซิตี้ ซึ่งเพิ่งเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก อาจเป็นจุดหมายปลายทางที่สมเหตุสมผลสำหรับเมาท์ โดยมี แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือคนปัจจุบันของทีม เป็นกุญแจสำคัญในการดีลครั้งนี้

แม็คอัลลิสเตอร์มองว่า ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างเมาท์และแลมพาร์ด ซึ่งเคยร่วมงานกันมาแล้วทั้งที่ดาร์บี้ เคาน์ตี้ และเชลซี สามารถเปิดประตูสู่การย้ายทีมได้ แม้จะเป็นเพียงสัญญายืมตัวก็ตาม เขาเชื่อว่า ณ จุดนี้ เมาท์ต้องการโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องมากกว่าการยึดติดกับสโมสรใหญ่เพียงอย่างเดียว โดยมองว่าปัจจัยด้านการเงินอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญสูงสุดสำหรับนักเตะอีกต่อไป แต่เป็นโอกาสในการลงเล่นในพรีเมียร์ลีกอย่างสม่ำเสมอต่างหากที่ควรเป็นเป้าหมายหลัก
อดีตกองกลางหงส์แดงยังกล่าวเสริมว่า โอกาสที่เมาท์จะกลับมาร่วมงานกับแลมพาร์ดอีกครั้งนั้น แม้จะฟังดูเหลือเชื่อ แต่ก็มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากความเคารพซึ่งกันและกันที่ทั้งคู่มีให้กันตลอดมา
ไม่เพียงแค่เมาท์เท่านั้น แม็คอัลลิสเตอร์ยังกล่าวถึงอดีตลูกศิษย์ของแลมพาร์ดอีกหลายรายที่อาจถูกเชื่อมโยงกับโคเวนทรี ซิตี้ อาทิ รูเบน ลอฟตัส-ชีค, ฟิกาโย โทโมรี และเบน ชิลเวลล์ ซึ่งล้วนมีศักยภาพที่จะอยู่ในเรดาร์ของทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมา เป็นที่คาดการณ์ว่า แลมพาร์ดจะใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์อันดีกับนักเตะหลายคนสมัยที่คุมเชลซีและเอฟเวอร์ตัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับโคเวนทรี ในภารกิจการอยู่รอดในพรีเมียร์ลีก
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องอนาคตของเขา เมสัน เมาท์ กลับได้รับความไว้วางใจจาก ไมเคิล คาร์ริค ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมอุ่นเครื่องที่ยูไนเต็ดถล่มโรเซนบอร์ก 5-0 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมาท์ได้รับเกียรติให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมในช่วงครึ่งหลัง ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า คาร์ริคยังคงมองว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้นำคนสำคัญของทีม
ฤดูกาลที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเมาท์ การบาดเจ็บทำให้เขาได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในลีกเพียง 12 นัดเท่านั้นกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กระนั้น เมาท์เคยยืนยันว่าเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบทุกบทบาทในสนาม เขายอมรับว่าชอบความกดดันในการลงสนามและคว้าชัยชนะ ไม่ว่าจะได้ลงเป็นตัวจริงหรือลงมาจากม้านั่งสำรองก็ตาม
เมาท์ยังรู้สึกสบายใจกับการรับบทบาทผู้นำทีม เขากล่าวว่าเขาไม่ใช่กัปตันที่พูดมาก แต่พยายามเป็นแบบอย่างที่ดีผ่านการทำงานหนัก นอกจากนี้ เขายังยินดีที่จะช่วยเหลือผู้เล่นอายุน้อยให้มีความมั่นใจมากขึ้นทั้งในสนามและในห้องแต่งตัว สถานการณ์ของเมสัน เมาท์ จึงยังคงเป็นที่น่าจับตาว่าท้ายที่สุดแล้ว อนาคตของเขาจะลงเอยที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดต่อไป หรือจะย้ายไปหาความท้าทายใหม่ภายใต้การนำของแฟรงค์ แลมพาร์ด ตามคำแนะนำของตำนานลูกหนังกันแน่
