นักวิเคราะห์เศรษฐกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีต่างมองว่า การนำอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์มาใช้ ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญในการผลักดันบริการภาครัฐสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ไม่เพียงเป็นหลักฐานการชำระอากรแสตมป์สำหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น แต่ยังเป็นเกราะป้องกันความสมบูรณ์ของข้อมูล และช่วยให้กระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารเป็นไปอย่างง่ายดายและรวดเร็ว ลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้เอกสารกระดาษ
เพื่อเป็นการเร่งรัดและสร้างความเข้าใจในวงกว้าง หน่วยงานภาครัฐหลายแห่งได้เริ่มดำเนินการจัดอบรมและให้ความรู้เกี่ยวกับอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์อย่างจริงจัง หนึ่งในนั้นคือ Badan Karantina Indonesia (Barantin) ซึ่งได้เข้าร่วมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการใช้งานและการตรวจสอบอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อยกระดับความรู้ความเข้าใจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ให้สามารถใช้ประโยชน์จากเอกสารดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่น่าสนใจคือ อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ได้รับการออกแบบมาให้สามารถบูรณาการเข้ากับแพลตฟอร์มบริการภาครัฐได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นระบบการยื่นคำร้อง การลงทะเบียน หรือการต่ออายุบริการต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งหมายความว่าประชาชนและภาคธุรกิจจะได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นในการเข้าถึงและใช้บริการของรัฐบาล
ด้วยการบูรณาการนี้ ผู้ใช้งานสามารถดำเนินการประทับอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ได้โดยตรงจากแอปพลิเคชันหรือระบบบริการนั้นๆ โดยไม่จำเป็นต้องสลับไปมาระหว่างแพลตฟอร์ม กลไกนี้คาดว่าจะช่วยเร่งรัดกระบวนการทางธุรการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน และนำเสนอบริการภาครัฐที่ใช้งานง่าย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง
ไม่เพียงแค่การประทับอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น แต่ประเด็นสำคัญอีกประการที่ถูกเน้นย้ำคือ วิธีการตรวจสอบความถูกต้องของอากรแสตมป์ ซึ่งไม่เพียงแต่ยืนยันว่าอากรแสตมป์นั้นยังคงมีผลสมบูรณ์ แต่ยังรวมถึงการตรวจสอบว่าอากรแสตมป์ยังคงผูกติดอยู่กับเอกสารต้นฉบับอย่างแน่นหนา ทำให้สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกิดขึ้นกับเอกสารได้อย่างแม่นยำ เป็นการเพิ่มชั้นความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือให้กับทุกธุรกรรมที่ดำเนินการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์.