belanegara – เอซี มิลาน กลับมาสู่เส้นทางแห่งชัยชนะอีกครั้ง หลังเปิดบ้านเฉือนเอาชนะ โตริโน ไปอย่างสุดระทึก 3-2 ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา (22 มีนาคม 2026) ประตูสุดสวยจากระยะไกลของ สตราฮินยา ปาฟโลวิช กลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญ ขณะที่ ซานติอาโก กิเมเนซ ก็ได้กลับมาลงสนามอีกครั้งหลังพักยาวไปนาน สร้างความหวังให้กับแฟนบอล "ปีศาจแดงดำ"
ความกดดันถาโถมและปรับทัพสู้

ก่อนเกมนี้ "ปีศาจแดงดำ" ต้องเผชิญกับความกดดันมหาศาล หลังฟอร์มการเล่นตกต่ำอย่างน่าใจหายภายในสัปดาห์เดียว จากทีมลุ้นแชมป์กลายเป็นทีมที่อันดับร่วงลงมาใกล้เคียงกับอันดับห้า การขาดหายไปของ ราฟาเอล เลเอา ที่บาดเจ็บ ทำให้ นิคลาส ฟุลครุก ได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ขณะที่ ซานติอาโก กิเมเนซ ที่เพิ่งหายเจ็บข้อเท้า ต้องนั่งสำรองเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ด้าน ดาบิเด บาร์เตซากี และ อาเดรียง ราบิโอต์ ก็กลับมามีชื่อในทีมอีกครั้ง
ขณะที่ โตริโน มาเยือนด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม หลังเก็บชัยชนะได้ถึงสองนัดนับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงโค้ชมาเป็น โรแบร์โต้ ดาแวร์ซา แม้จะยังคงขาดผู้เล่นคนสำคัญบางรายก็ตาม
โตริโนขู่ก่อน มิลานโต้ด้วยประตูสุดงาม
โตริโน เริ่มต้นเกมอย่างดุดัน มัตเตโอ ปราติ ลองส่องไกลจากนอกกรอบเขตโทษ ส่วน นิโกลา วลาซิช เกือบสร้างโอกาสอันตรายหน้าปากประตูมิลานได้หลายครั้ง ไมค์ เมญอง ผู้รักษาประตูมิลาน ต้องออกแรงเซฟลูกโหม่งสำคัญที่พุ่งเข้ากรอบได้อย่างยอดเยี่ยม ฝั่งมิลานเองก็มีโอกาสจาก คริสเตียน พูลิซิช และ บาร์เตซากี แต่ยังไม่เฉียบคมพอ อาเดรียง ราบิโอต์ ลองยิงไกลเต็มข้อ แต่ก็ถูกผู้รักษาประตูโตริโนปัดทิ้งไปได้
แต่แล้ว "ปีศาจแดงดำ" ก็มาได้ประตูขึ้นนำอย่างสวยงาม ลูกบอลกระดอนจากระยะประมาณ 23 เมตร เข้าทาง ปาฟโลวิช ที่พักบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนจะซัดด้วยเท้าซ้ายครึ่งวอลเลย์ บอลพุ่งชนใต้คานเข้าประตูไปอย่างเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม โตริโน ก็มาตามตีเสมอได้สำเร็จก่อนหมดครึ่งแรกไม่นาน ความพยายามของ นิโกลา วลาซิช ถูก เมญอง ปัดออกมาได้ แต่บอลกระดอนสองจังหวะ ก่อนที่ โจวานนี ซิเมโอเน จะปรี่เข้าซ้ำจ่อๆ ไม่เหลือซาก ทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-1
มิลานระเบิดฟอร์มครึ่งหลัง
เข้าสู่ครึ่งหลัง มิลาน ปรับมาใช้ระบบสี่กองหลัง และดูเหมือนจะเล่นได้ดุดันมากขึ้น ความกดดันที่ถาโถมเข้าใส่คู่แข่งก็เริ่มเห็นผล ประตูที่สองของมิลานมาจากการเข้าทำในระยะประชิด เมื่อ คริสเตียน พูลิซิช เปิดบอลจากฝั่งขวา และ อาเดรียง ราบิโอต์ ก็ใช้เข่าสะกิดบอลข้ามเส้นประตูเข้าไป เป็นประตูแรกของราบิโอต์ที่ซาน ซิโร ในสีเสื้อของมิลาน
ไม่นานหลังจากนั้น มิลานก็ขยับสกอร์หนีห่างออกไปอีก โฟฟานา รับบอลทะลุช่องได้อย่างยอดเยี่ยม ควบคุมบอลอย่างใจเย็น ก่อนจะซัดจากระยะประมาณ 12 เมตร บอลพุ่งเสียบตาข่าย ผู้รักษาประตูโตริโนหมดสิทธิ์ป้องกัน แฟนบอล "ปีศาจแดงดำ" ได้รับพลังงานเพิ่มขึ้น เมื่อ ซานติอาโก กิเมเนซ ถูกส่งลงสนาม นับเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของเขานับตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม 2025 หลังเข้ารับการผ่าตัดข้อเท้า
แต่ โตริโน ก็ยังไม่ยอมแพ้ หลังจากการตรวจสอบ VAR ผู้ตัดสินก็ให้จุดโทษแก่โตริโน เนื่องจาก ปาฟโลวิช ไปทำฟาวล์ ซิเมโอเน ในกรอบเขตโทษ นิโกลา วลาซิช รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ยิงเสียบมุมบนของประตู ทำให้สกอร์ไล่มาเป็น 3-2 โตริโน พยายามเรียกร้องจุดโทษอีกครั้งจากจังหวะแฮนด์บอล แต่ผู้ตัดสินพิจารณาแล้วว่าตำแหน่งมือยังอยู่ในท่าทางปกติ จึงไม่ให้เป็นลูกฟาวล์
ท้ายที่สุด มิลานก็สามารถประคองตัวเอาชนะไปได้ในที่สุด เก็บสามแต้มสำคัญกลับคืนสู่เส้นทางลุ้นโควตายูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ
เพื่อไม่ให้พลาดทุกข่าวสารและอัปเดตล่าสุด อย่าลืมติดตาม belanegara.co บน Google News!
