นายโดดี้ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า กระทรวง PU ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานชั่วคราวเพื่อรับมือกับความเสียหายจากภัยพิบัติหรือปัญหาการเชื่อมต่อเท่านั้น แต่ในหลายกรณี ทางกระทรวงฯ เลือกที่จะลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานแบบถาวร เพื่อให้เกิดประโยชน์ในระยะยาว และลดความเสี่ยงของการเกิดความเสียหายซ้ำซ้อน ซึ่งในมุมมองของเขาเอง นี่คือสิ่งที่ทำให้กระทรวง PU มีลักษณะเฉพาะตัวและแตกต่างออกไป
ยกตัวอย่างเช่น กรณีการสร้างสะพานชั่วคราวหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดอาเจะห์ ซึ่งสะพานดังกล่าวสามารถรองรับน้ำหนักยานพาหนะได้สูงสุดเพียง 20 ตันเท่านั้น นายโดดี้ชี้ว่าข้อจำกัดเช่นนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะนำมาใช้กับเส้นทางยุทธศาสตร์ที่เป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ในการกระจายสินค้าและโลจิสติกส์ของประเทศ

“นี่คือประเทศอินโดนีเซีย เราเป็นคนอินโดนีเซียมานานแล้ว” เขากล่าวพร้อมเน้นย้ำว่า “ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะจำกัดน้ำหนักเช่นนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเส้นทางนี้เป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมระหว่างเมืองเมดานไปยังบันดาอาเจะห์ ซึ่งมีการขนส่งเชื้อเพลิง โลจิสติกส์ และวัสดุก่อสร้างอย่างปูนซีเมนต์จำนวนมหาศาล” คำกล่าวของนายโดดี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความต้องการและบริบททางเศรษฐกิจของประเทศ ที่ต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและยั่งยืน เพื่อรองรับการเติบโตและการเคลื่อนย้ายสินค้าที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง
เปิดใจ รมต.โยธาธิการ! งบประมาณหมดไวไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือกลยุทธ์ ‘สร้างของถาวร’ แม้ในภาวะวิกฤต – เพื่ออนาคตประเทศ!