belanegara – ศาลแขวงจาการ์ตาตอนกลางได้ดำเนินการบังคับคดีเข้ายึดที่ดินและอาคารของโรงแรมสุลต่านในกรุงจาการ์ตา เพื่อส่งมอบคืนแก่รัฐ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเหตุการณ์ชุลมุน สร้างความตกตะลึงให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์และผู้ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจในอินโดนีเซีย
มีรายงานว่า ที่ดินที่ถูกบังคับคดีครั้งนี้มีมูลค่าประมาณการสูงถึงกว่า 28 ล้านล้านรูเปียห์ เนื่องจากตั้งอยู่ในทำเลทองย่านเศรษฐกิจชั้นนำใจกลางกรุงจาการ์ตา บริเวณสี่แยกเซอมังงี (Simpang Susun Semanggi) ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของเมืองหลวง

นายซูโนโต โฆษกศาลแขวงจาการ์ตาตอนกลาง ได้ยืนยันว่า กระบวนการบังคับคดีทั้งหมดได้ดำเนินการไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โดยมีนายปาร์มิกา อะห์ยาร์ เลขานุการศาลแขวงจาการ์ตาตอนกลาง เป็นผู้นำทีมดำเนินการด้วยตนเอง พร้อมด้วยคณะผู้ช่วยเลขานุการและเจ้าหน้าที่บังคับคดี
ในส่วนของการรักษาความปลอดภัย ได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและกองทัพอินโดนีเซีย เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย นอกจากนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายก็ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในกระบวนการดังกล่าวด้วย
นายซูโนโตยังระบุเพิ่มเติมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569 ว่า "กระบวนการขนย้ายและเคลียร์พื้นที่ทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนนับจากนี้ โดยทรัพย์สินและสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ในโรงแรมจะถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่คลังสินค้าในย่านจาบาเบกา (Jababeka) เป็นการชั่วคราว"
ทั้งนี้ สิทธิการใช้ประโยชน์ในที่ดินและอาคาร (Hak Guna Bangunan – HGB) ของโรงแรมสุลต่าน ได้ตกเป็นของรัฐอย่างเป็นทางการ โดยมีกระทรวงเลขาธิการแห่งรัฐ (Kementerian Sekretariat Negara) เป็นผู้แทนในการบริหารจัดการ ซึ่งถือเป็นการปิดฉากข้อพิพาทอันยาวนานและสร้างผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภูมิทัศน์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเมืองหลวงของอินโดนีเซีย