เช่นเดียวกับผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมาก เฟงกี้เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินทุนที่จำกัด ร้านของเขาจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว ไปจนถึงบุหรี่ ซึ่งเป็นที่ต้องการของคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ทว่าเบื้องหลังกิจวัตรที่ดูเรียบง่ายนี้ กลับซ่อนความท้าทายมากมาย การดำเนินธุรกิจร้านค้าเล็กๆ ใจกลางเมืองใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแข่งขันกับร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โปรโมชั่นดึงดูดใจ และความได้เปรียบด้านขนาด ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ผู้ประกอบการอย่างเฟงกี้ต้องเผชิญหน้า

ยิ่งไปกว่านั้น พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปก็ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจไม่แพ้กัน ลูกค้าจำนวนมากคุ้นเคยกับการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันดิจิทัลบนสมาร์ทโฟน ในขณะที่ร้านค้าดั้งเดิมส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาการทำธุรกรรมด้วยเงินสดเป็นหลัก
"บางครั้งมีลูกค้าอยากจ่ายเงินแบบดิจิทัล แต่เมื่อก่อนเรายังไม่พร้อม พวกเขาเลยต้องไปหาเงินสดมาก่อน" เฟงกี้เล่าถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยอย่างเฟงกี้ตระหนักว่า ต้องเริ่มปรับตัวเข้ากับการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อให้ยังคงสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ตกยุค
ในแต่ละวัน เฟงกี้บริหารจัดการร้านของเขาด้วยตัวเองทั้งหมด ตั้งแต่การจัดซื้อสินค้าคงคลัง การบริการลูกค้า ไปจนถึงการดูแลร้านตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำ ล้วนเป็นไปเพื่อให้ธุรกิจเล็กๆ แห่งนี้ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักในการดำรงชีพ ยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง
