belanegara – หน่วยงานกำกับดูแลภาคบริการทางการเงินอินโดนีเซีย (OJK) สร้างความฮือฮาในแวดวงการเงินอีกครั้ง ด้วยการประกาศใช้กฎระเบียบใหม่ที่พลิกโฉมการจ่ายผลประโยชน์บำนาญ โดยเป็นการต่อยอดจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอินโดนีเซีย เลขที่ 139/PUU-XXIII/2025 และ 164/PUU-XXIII/2025 ซึ่งเปิดทางให้ผู้รับผลประโยชน์สามารถเลือกรับเงินก้อนโตได้ทันที ไม่ต้องรอการจ่ายเป็นงวดๆ อีกต่อไป
ภายใต้กรอบกฎหมายใหม่นี้ OJK ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความมั่นคงทางกฎหมาย ปกป้องสิทธิของผู้เข้าร่วมกองทุนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพการดำเนินงานของอุตสาหกรรมกองทุนบำนาญ โดยยังคงยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลที่โปร่งใสและรอบคอบ

นายอากุส เฟอร์มันสยาห์ หัวหน้าแผนกกำกับดูแลและนโยบายภาคบริการทางการเงินแบบบูรณาการของ OJK ย้ำชัดว่า ทางหน่วยงานให้ความเคารพอย่างสูงต่อคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญเกี่ยวกับสิทธิทางการเงินของแรงงาน
“OJK ยินดีและให้ความเคารพต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับที่ 139/PUU-XXIII/2025 และ 164/PUU-XXIII/2025 ที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายผลประโยชน์บำนาญซึ่งเกิดจากเงินค่าชดเชยการเลิกจ้าง เงินรางวัลตอบแทนอายุงาน และ/หรือเงินค่าชดเชยสิทธิ์ต่างๆ สำหรับผู้เข้าร่วมกองทุน คู่สมรสที่เสียชีวิต หรือบุตร” นายอากุสกล่าวในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2026
เพื่อเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงาน OJK จึงได้ออกประกาศคณะกรรมการกำกับดูแลของ OJK เลขที่ KEP-54/D.05/2026 ซึ่งเป็นกฎที่แตกต่างไปจากระเบียบกองทุนบำนาญแบบเดิมที่เคยใช้บังคับ ด้วยกฎใหม่นี้ OJK ได้ปรับปรุงร่างขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้รับผลประโยชน์
OJK กำหนดให้การจ่ายผลประโยชน์บำนาญที่มาจากเงินสะสมค่าชดเชยการเลิกจ้าง เงินรางวัลตอบแทนอายุงาน และเงินค่าชดเชยสิทธิ์ต่างๆ นั้น สามารถเลือกเบิกจ่ายได้ทั้งแบบ ‘จ่ายเป็นก้อนครั้งเดียว’ หรือ ‘จ่ายเป็นงวดๆ’ กลไกการเบิกจ่ายนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้เข้าร่วมกองทุน คู่สมรสที่เสียชีวิต หรือบุตรที่เกี่ยวข้องโดยสมบูรณ์ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่มอบอำนาจและทางเลือกทางการเงินแก่ผู้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริง