belanegara – PT Bank Negara Indonesia Tbk (BNI) ได้ประกาศยกระดับการบริหารจัดการสินเชื่อธุรกิจประชาชน (Kredit Usaha Rakyat – KUR) ครั้งใหญ่ เพื่อให้มั่นใจว่าการสนับสนุนทางการเงินนี้จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง มีความโปร่งใส และเป็นไปตามหลักความระมัดระวังสูงสุด การเสริมสร้างความแข็งแกร่งครั้งนี้ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการวิเคราะห์สินเชื่อ การตรวจสอบผู้ขอสินเชื่อ การเบิกจ่าย การติดตามการใช้เงินทุน การนำระบบดิจิทัลมาใช้ ไปจนถึงการตรวจสอบบัญชีอย่างสม่ำเสมอ
นายอ็อกกี้ รัชฮาร์โตโม เลขานุการบริษัทของ BNI เปิดเผยว่า นี่คือส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของธนาคารในการรักษาคุณภาพของโครงการสินเชื่อภาครัฐ โดย BNI ยืนยันว่าสินเชื่อ KUR จะถูกมอบให้กับผู้ประกอบการที่มีสิทธิ์และนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้เท่านั้น นายอ็อกกี้กล่าวเสริมว่า BNI มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างธรรมาภิบาลในการปล่อยสินเชื่อ KUR อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าเงินทุนจะถูกส่งมอบและนำไปใช้ประโยชน์โดยผู้ประกอบการที่มีสิทธิ์อย่างแท้จริง การยกระดับนี้เริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนการวิเคราะห์สินเชื่อ การตรวจสอบ การเบิกจ่าย การติดตามการใช้เงินทุน ไปจนถึงการประเมินคุณภาพสินเชื่อโดยรวม

หนึ่งในมาตรการสำคัญที่ BNI นำมาใช้คือการวิเคราะห์สินเชื่อโดยตรงแบบตัวต่อตัวกับเกษตรกร โดยไม่ผ่านตัวแทนจัดเก็บ (Collection Agent – CA) กระบวนการนี้ช่วยให้ธนาคารได้รับข้อมูลเชิงลึกโดยตรงเกี่ยวกับโปรไฟล์ธุรกิจ ความต้องการเงินทุน ความสามารถในการชำระคืน และแผนการใช้เงินจากผู้ขอสินเชื่อได้อย่างแม่นยำ
นอกจากนี้ BNI ยังได้เสริมสร้างรูปแบบการปล่อยสินเชื่อที่อิงตามระบบนิเวศ (Ecosystem-based Financing) โดยธนาคารจะร่วมมือกับบริษัทหลัก ซึ่งเป็นลูกค้าองค์กรของ BNI และทำหน้าที่เป็นผู้รับซื้อผลผลิต (Offtaker) บริษัทหลักเหล่านี้ยังมีบทบาทสำคัญในการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ การรับซื้อผลผลิต และการติดตามการดำเนินงานของสินเชื่ออีกด้วย