belanegara – บริษัท PT Jasa Marga (Persero) Tbk (JSMR) ผู้ประกอบการทางด่วนยักษ์ใหญ่ของอินโดนีเซีย ได้เปิดเผยตัวเลขที่น่าทึ่งว่า ในแต่ละวันมีจำนวนยานพาหนะมากถึง 3.5 ล้านคันที่สัญจรผ่านโครงข่ายทางด่วนภายใต้การบริหารจัดการของ Jasa Marga Group ตัวเลขนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นอันท่วมท้นที่ประชาชนมีต่อบริการของบริษัทเท่านั้น แต่ยังเปิดประตูสู่โอกาสมหาศาลในการสร้างสรรค์คุณค่าอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต
ความเชื่อมั่นดังกล่าวถือเป็นรากฐานสำคัญที่ Jasa Marga ใช้ในการพัฒนาและยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้ใช้ทางให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายริวาน เอ. ปูร์วันโตโน ประธานผู้อำนวยการ Jasa Marga ได้เน้นย้ำว่า ประสบการณ์การบริการลูกค้าที่ดีเยี่ยมนั้น สร้างขึ้นจากความสามารถของบริษัทในการตอบสนองต่อพลวัตของการจราจรบนทางด่วนได้อย่างทันท่วงทีและแม่นยำ เมื่อเกิดภาวะการจราจรหนาแน่น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดการการจราจรที่ได้รับการสนับสนุนจากข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อให้การบริการสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ทางได้อย่างเหมาะสมที่สุด

นายริวานกล่าวเสริมว่า "Jasa Marga มุ่งมั่นที่จะพัฒนา ‘ระบบนิเวศทางด่วนอัจฉริยะ’ (smart toll road ecosystem) อย่างต่อเนื่อง โดยผลักดันแนวคิดจากการเป็นเพียง ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ (infrastructure) ไปสู่ ‘วัฒนธรรมโครงสร้างพื้นฐาน’ (infraculture) ที่มอบทั้งคุณค่าและประสบการณ์อันน่าประทับใจให้กับสังคม"
ศูนย์บัญชาการทางด่วน Jasa Marga (Jasa Marga Tollroad Command Center) ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลการจราจรและเสียงสะท้อนจากผู้ใช้บริการเท่านั้น แต่ยังสนับสนุนกระบวนการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลผ่านระบบควบคุมแบบบูรณาการอีกด้วย "เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือระหว่างรัฐวิสาหกิจ (BUMN) ในครั้งนี้ จะเป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด เพื่อเสริมสร้างคุณภาพการบริการสาธารณะให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น" นายริวานกล่าวทิ้งท้าย
ด้านนายอากุส ดวี ฮันดายา กรรมการผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลของ PT Danantara Asset Management ได้กล่าวเสริมว่า Jasa Marga มีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการรักษาความคล่องตัวของการเคลื่อนย้ายผู้คน สินค้า และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ ในการบริหารจัดการทางด่วนนั้น ความล่าช้าเพียงไม่กี่นาทีอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงมหาศาล ในขณะที่การตัดสินใจที่ถูกต้องและรวดเร็ว สามารถฟื้นฟูความคล่องตัว ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นของประชาชนได้อย่างทันท่วงที ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบที่บริษัทมีต่อสังคม