belanegara – การเลี้ยงแพะนมพันธุ์อีตาวาในอำเภอกุนุงกิดุล เขตปกครองพิเศษยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งความสำเร็จและกลายเป็นแหล่งรายได้ที่น่าจับตา จากรายงานของ belanegara.co กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ "ตานี มุลยา" ในหมู่บ้านกอมบัง ได้แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ โดยภายในระยะเวลาเพียงสองปี จำนวนแพะในฟาร์มเพิ่มขึ้นถึง 52% จาก 21 ตัวเป็น 32 ตัว ซึ่งการเพิ่มขึ้นของประชากรแพะนี้ยังนำมาซึ่งรายได้เสริมให้กับกลุ่มเกษตรกรประมาณ 1.5 ล้านรูเปียห์ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน นมแพะที่ได้ยังคงถูกจัดลำดับความสำคัญเพื่อใช้เป็นอาหารบำรุงลูกแพะเป็นหลัก เพื่อเร่งการขยายพันธุ์ก่อนที่จะนำออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์อย่างเต็มตัว
นายมามิต เซเตียวาน เลขานุการบริษัท PLN EPI ได้กล่าวเน้นย้ำว่า โครงการ "หมู่บ้านพลังงานสร้างสรรค์" (Desa Berdaya Energi) เป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างความเป็นอิสระให้กับชุมชน ผ่านการพัฒนาศักยภาพท้องถิ่นที่บูรณาการเข้ากับหลักการความยั่งยืน "PLN EPI เชื่อมั่นว่าความยั่งยืนไม่ได้เกิดขึ้นจากการจัดหาพลังงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม" เขากล่าวในแถลงการณ์เมื่อเร็วๆ นี้ โครงการหมู่บ้านพลังงานสร้างสรรค์จึงเป็นหนึ่งในความพยายามที่จะสร้างระบบนิเวศที่ก่อให้เกิดผลผลิต มีความเป็นอิสระ และยั่งยืน ผ่านการพัฒนาการปศุสัตว์แบบครบวงจรที่เชื่อมโยงกับการปลูกพืชชีวมวล

นายมามิตยังอธิบายเพิ่มเติมว่า การเลี้ยงแพะอีตาวาไม่ได้หยุดอยู่แค่การเพิ่มจำนวนประชากรแพะเท่านั้น แต่ยังมุ่งสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่มอบประโยชน์อย่างยั่งยืนแก่ชุมชน โดยของเสียจากการเลี้ยงแพะจะถูกนำไปผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งปุ๋ยเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการเพาะปลูกพืชชีวมวล เช่น คาเลียนดรา (Kaliandra) และ อินดิโกเฟรา (Indigofera) จากนั้นใบของพืชเหล่านี้จะถูกนำกลับมาใช้เป็นอาหารสัตว์อีกครั้ง ก่อให้เกิดวงจรการผลิตที่มีประสิทธิภาพ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ นมแพะยังถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับทำช็อกโกแลต และเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการแก้ไขปัญหาภาวะทุพโภชนาการในเด็กอีกด้วย