belanegara – สำนักวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (BRIN) ของอินโดนีเซียได้คาดการณ์ว่า ฤดูแล้งในปีนี้มีแนวโน้มที่จะยาวนานและแห้งแล้งกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ทางตะวันตกและใต้ของประเทศ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลได้เตรียมกลยุทธ์เชิงรุก โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำในนาข้าวให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นายอันดี อัมรัน ซูไลมาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังผลักดันการนำเทคนิค Alternate Wetting and Drying (AWD) มาประยุกต์ใช้ ซึ่งจะช่วยประหยัดน้ำชลประทานได้มากถึง 20 เปอร์เซ็นต์ โดยที่ยังคงรักษาผลผลิตข้าวไว้ได้ตามปกติ

“การบริหารจัดการน้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จของการผลิตภาคเกษตร การมีน้ำที่ได้รับการวางแผนและใช้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นตัวกำหนดสำคัญในการลดความเสี่ยงจากภาวะแห้งแล้ง และรักษาระดับผลผลิตไว้ได้” รัฐมนตรีอันดี อัมรัน กล่าวเน้นย้ำ
เทคนิค AWD นี้เปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถควบคุมและจัดการปริมาณน้ำที่ส่งให้แก่แปลงนาได้อย่างแม่นยำ ทำให้ต้นข้าวสามารถเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ แม้ในสภาวะที่ปริมาณน้ำมีจำกัด
ด้านนายฟัดจรี จุฟรีย์ หัวหน้าคณะนักวิจัยจาก BRIN เสริมว่า เทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นทางออกที่ปรับตัวได้ดีเยี่ยม ในการรับมือกับข้อจำกัดด้านทรัพยากรน้ำในช่วงฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง
“ด้วยการจัดการน้ำที่แม่นยำ เกษตรกรสามารถรักษาสภาพต้นข้าวให้เหมาะสมที่สุด พร้อมทั้งลดการพึ่งพาน้ำท่วมขังในนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้พวกเขามีความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยงจากภัยแล้งได้ดียิ่งขึ้น” นายฟัดจรีกล่าวปิดท้าย ทั้งนี้ เทคโนโลยี AWD ได้รับการพัฒนาขึ้นครั้งแรกโดยสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (IRRI) ในปี 2009 และเริ่มมีการนำมาปรับใช้ในอินโดนีเซียตั้งแต่ปี 2013 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการใช้เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว ตามรายงานจาก belanegara.co