belanegara – ตลาดหุ้นทั่วโลกต้องเผชิญกับคลื่นลมแรงอีกครั้ง เมื่อภาคการท่องเที่ยวทั่วโลกต้องสูญเสียมูลค่าตลาดไปมหาศาลถึง 2.26 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 8.2 แสนล้านบาท (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน 36.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) ท่ามกลางความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมนี้
สถานการณ์ความตึงเครียดนี้ได้จุดชนวนให้เกิดการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมากทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง ศูนย์กลางการบินหลักในอ่าวเปอร์เซียหลายแห่ง รวมถึงท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ซึ่งปกติรองรับเที่ยวบินกว่า 1,000 เที่ยวต่อวัน ต้องเผชิญกับการปิดทำการชั่วคราว ทำให้ผู้โดยสารนับหมื่นคนต้องตกค้าง นี่ถือเป็นการทดสอบครั้งใหญ่ที่สุดของภาคการบินนับตั้งแต่การระบาดของโรคโควิด-19

ล่าสุด จอร์แดนได้กลายเป็นประเทศล่าสุดในภูมิภาคที่ประกาศปิดน่านฟ้าบางส่วน ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ สถานการณ์ดังกล่าวได้ฉุดหุ้นสายการบินในสหรัฐฯ ให้ร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดย Delta Air Lines, United Airlines และ American Airlines ต่างประสบภาวะหุ้นลดลง 2-4% ขณะที่กลุ่มบริษัทสายการบิน โรงแรม และบริษัทท่องเที่ยวชั้นนำรวม 29 แห่งจากยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือ ต้องสูญเสียมูลค่าตลาดรวมกันถึง 2.26 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในฝั่งยุโรป TUI ซึ่งเป็นบริษัทท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุด ปิดตลาดลดลง 9.9% ส่วน Lufthansa สายการบินยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี ร่วงลง 5.2% และ IAG เจ้าของ British Airways ก็สูญเสียมูลค่าหุ้นไป 5.5% สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่แพร่กระจายไปทั่วอุตสาหกรรม