belanegara – สถานการณ์ราคาไข่ไก่ในอินโดนีเซียกำลังเป็นประเด็นร้อนแรงที่สร้างความกังวลอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนเทศกาลเลบารันปี 2026 ที่กำลังจะมาถึง ข้อมูลล่าสุดเผยว่าราคาได้พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจในกว่า 210 เขตปกครองและเมืองทั่วประเทศ ซึ่งเกินกว่าระดับราคาอ้างอิงที่กำหนดไว้แล้ว สะท้อนถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อครัวเรือนจำนวนมาก
นางอมาเลีย อดินิงการ์ วิดยาสันตี หัวหน้าสำนักงานสถิติแห่งชาติ (BPS) ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์ดังกล่าว ระบุว่าจนถึงขณะนี้มีถึง 210 เขตปกครองและเมืองที่ดัชนีราคา (IPH) สำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ไข่ไก่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่อาจมองข้ามได้

เธอยังชี้แจงอีกว่า ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม 2026 ราคาเฉลี่ยของไข่ไก่ทั่วประเทศได้พุ่งไปถึง 32,475 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าราคาอ้างอิงการขาย (HAP) ที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ 32,000 รูเปียห์ต่อกิโลกรัมแล้ว นี่ไม่ใช่แค่การปรับขึ้นเล็กน้อย แต่เป็นการทะลุเพดานราคาที่ตั้งไว้เพื่อควบคุมเสถียรภาพ
"สำหรับราคาไข่ไก่นั้นเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะในสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม 2026 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 32,475 รูเปียห์ และมีถึง 210 เขตปกครอง/เมืองที่ราคาไข่ไก่ปรับตัวสูงขึ้น" นางอมาเลียเน้นย้ำในระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2026 แสดงถึงความเร่งด่วนในการจัดการปัญหา
เธอยังเสริมอีกว่า ในบางพื้นที่ ราคาไข่ไก่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บางแห่งพุ่งขึ้นถึง 16.31% และบางแห่งสูงกว่า HAP ถึง 40% เลยทีเดียว ซึ่งบ่งชี้ถึงความไม่สมดุลของอุปทานและอุปสงค์ในระดับภูมิภาคที่รุนแรง
ยกตัวอย่างเช่น ที่เกาะตาลีอาบู (Pulau Taliabu) ราคาไข่ไก่พุ่งสูงถึง 42,000 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม หรือประมาณ 40% เหนือราคาอ้างอิง ขณะที่ในบูตอนเหนือ (Buton Utara) ราคาไข่ไก่แตะ 37,293 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม หรือประมาณ 24.31% เหนือ HAP ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนของราคาที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค และสร้างภาระหนักให้กับผู้บริโภคในพื้นที่เหล่านั้น
สถานการณ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างภาระให้กับครัวเรือนในช่วงเวลาที่ค่าครองชีพสูงขึ้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงความท้าทายในการบริหารจัดการอุปทานและราคาอาหารในช่วงเทศกาลสำคัญของประเทศ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งหามาตรการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจก่อนเทศกาลเลบารันจะมาถึงอย่างเต็มตัว