belanegara – ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุขของอินโดนีเซียที่กำลังพิจารณาเพื่อห้ามการใช้สารเติมแต่งในผลิตภัณฑ์ยาสูบ กำลังเผชิญกับการต่อต้านอย่างรุนแรงจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม สมาคมต่างๆ ไปจนถึงหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งมองว่านโยบายนี้อาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนนับล้าน
นายเฮนรี วาร์ดานา ประธานสหพันธ์แรงงานยาสูบ อาหารและเครื่องดื่มแห่งอินโดนีเซีย (FSP RTMM-SPSI) ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างหนัก โดยระบุว่านโยบายดังกล่าวไม่เป็นธรรมตามหลักการทางธุรกิจ ละเลยความเป็นจริงทางเศรษฐกิจและสังคม และมีศักยภาพที่จะคุกคามแหล่งรายได้ของผู้คนนับล้านตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำของห่วงโซ่อุปทาน

"สารเติมแต่งในผลิตภัณฑ์ยาสูบเป็นองค์ประกอบสำคัญเพียงอย่างเดียวที่สร้างความแตกต่างระหว่างแบรนด์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสารให้ความเย็น (เมนทอล) สารให้ความหวาน หรือสารสกัดจากผลไม้ ล้วนเป็นส่วนผสมที่สำคัญในการสร้างเอกลักษณ์ด้านรสชาติอันเป็น Unique Selling Proposition (USP) ของแต่ละแบรนด์" นายเฮนรีกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
เขายังเน้นย้ำว่า ผลกระทบจากนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ผลิตรายใหญ่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) นับพันแห่งในพื้นที่เพาะปลูกยาสูบ ซึ่งคาดว่าจะต้องปิดกิจการลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากปราศจากสารเติมแต่งเหล่านี้ ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาจะขาดความโดดเด่นและไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้
นอกจากนี้ นายเฮนรียังเตือนว่า การออกกฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไปกับผลิตภัณฑ์ที่ถูกกฎหมาย อาจเป็นการเปิดช่องให้ตลาดบุหรี่ผิดกฎหมายเติบโตขึ้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่อันตรายยิ่งกว่า เนื่องจากผลิตภัณฑ์บุหรี่ผิดกฎหมายมักไม่มีความโปร่งใสเกี่ยวกับวัตถุดิบที่ใช้ ทำให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงต่อสุขภาพสูงขึ้น และรัฐบาลยังสูญเสียรายได้จากภาษีอีกด้วย นับเป็นความท้าทายที่ belanegara.co จะต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดถึงผลกระทบในระยะยาว.