belanegara – ฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึงนี้ กำลังสร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อระบบการกระจายเชื้อเพลิงน้ำมัน (BBM) ทั่วประเทศอินโดนีเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่พึ่งพาการขนส่งทางน้ำเป็นหลัก ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานได้ออกมาเตือนให้ Pertamina บริษัทน้ำมันแห่งชาติ เร่งเตรียมมาตรการรับมืออย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาภัยแล้งลุกลามกลายเป็นวิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนวงกว้าง
สถานการณ์น้ำในแม่น้ำที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการตื้นเขินของลำน้ำในช่วงฤดูแล้ง ไม่ใช่แค่เรื่องธรรมชาติธรรมดา แต่หากไม่มีการเตรียมการรับมืออย่างรอบคอบ ปัญหานี้อาจกลายเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศได้โดยตรง

นายโซฟยาโน ซาคาเรีย นักวิเคราะห์นโยบายพลังงาน ได้เน้นย้ำเมื่อเร็วๆ นี้ว่า “เราต้องไม่ปล่อยให้ฤดูแล้งแปรเปลี่ยนเป็นวิกฤตการกระจายเชื้อเพลิงน้ำมันเด็ดขาด” ท่านอธิบายเพิ่มเติมว่า ในหลายพื้นที่ของอินโดนีเซีย แม่น้ำเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ในการขนส่งเชื้อเพลิง เมื่อระดับน้ำลดลงอย่างมาก เรือบรรทุกน้ำมันและเรือโป๊ะไม่สามารถปฏิบัติการได้ตามปกติ ส่งผลให้การกระจายเชื้อเพลิงล่าช้า และท้ายที่สุดก็กระทบต่อปริมาณน้ำมันที่สถานีบริการ (SPBU) ทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้บริโภค
นายโซฟยาโน ชี้แจงว่า พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบอย่างมาก ได้แก่ ภูมิภาคที่พึ่งพาแม่น้ำกาปัวส์และสาขาในกาลิมันตันตะวันตก ซึ่งเชื่อมต่อไปยังซังกาว, ซินตัง, เมลาวี, ไปจนถึงกาปัวส์ฮูลู นอกจากนี้ แม่น้ำมาฮากัมในกาลิมันตันตะวันออกที่ให้บริการพื้นที่มาฮากัมอูลู, แม่น้ำบาริโตในกาลิมันตันใต้และกลาง, แม่น้ำกาฮายัน, แม่น้ำกาติงัน, แม่น้ำมูซีในสุมาตราใต้ รวมถึงแม่น้ำหลายสายในพื้นที่ห่างไกลของปาปัว ก็มีแนวโน้มที่จะประสบปัญหาในการกระจายเชื้อเพลิงเช่นกัน หากฤดูแล้งกินเวลานาน
ตามที่นายโซฟยาโนกล่าว สถานการณ์เช่นนี้อาจทำให้เรือต้องลดปริมาณการบรรทุก เนื่องจากข้อจำกัดด้านความลึกของร่องน้ำเดินเรือ และในบางจุด เรืออาจไม่สามารถแล่นผ่านได้เลย ซึ่งจะส่งผลให้ระยะเวลาในการกระจายเชื้อเพลิงยาวนานขึ้น ต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์เพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเพิ่มความเสี่ยงของการขาดแคลนเชื้อเพลิงในพื้นที่ห่างไกลอย่างมาก