belanegara – บริษัท PT GoTo Gojek Tokopedia Tbk (GOTO) เตรียมสร้างความฮือฮาในตลาดอีกครั้ง ด้วยการประกาศผลประกอบการทางการเงินสำหรับไตรมาสที่สองและครึ่งปีแรกของปี 2026 ในวันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2026 นี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนและผู้สังเกตการณ์ตลาดต่างเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ เพื่อประเมินทิศทางและศักยภาพของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้
รายงานผลประกอบการชุดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลข แต่ถูกมองว่าเป็น "ปัจจัยสำคัญ" ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนราคาหุ้นของ GOTO ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Gojek และ GoPay ให้หลุดพ้นจากระดับราคา 50 รูเปียห์ต่อหุ้นที่ทรงตัวมานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศใช้นโยบายเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่นจากบริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างออนไลน์ในอัตราร้อยละ 8 ซึ่งสร้างความกังวลให้กับตลาดก่อนหน้านี้ การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางในอนาคตของ GOTO และความเชื่อมั่นของนักลงทุน

หากย้อนกลับไปดูผลงานในไตรมาสแรกของปี 2026 GOTO ได้สร้างความประหลาดใจด้วยการพลิกกลับมาทำกำไรสุทธิได้เป็นครั้งแรกในรอบไตรมาส ด้วยตัวเลข 171 พันล้านรูเปียห์ จากที่เคยขาดทุนสูงถึง 367 พันล้านรูเปียห์ในไตรมาสแรกของปี 2025 ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนถึงการฟื้นตัวและประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ความสำเร็จในการทำกำไรนี้ได้รับการสนับสนุนจากการเติบโตของรายได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้สุทธิของ GOTO พุ่งสูงถึง 5.3 ล้านล้านรูเปียห์ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2026 ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (ปีต่อปี) ที่ 4.2 ล้านล้านรูเปียห์ ณ เดือนมีนาคม 2025 การเติบโตนี้ครอบคลุมทุกส่วนธุรกิจ ตั้งแต่บริการจัดส่งสินค้า ค่าธรรมเนียมบริการอีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงรายได้จากโฆษณาและบริการอื่นๆ ที่น่าสนใจคือค่าธรรมเนียมบริการอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นรายได้ที่ GOTO ได้รับจาก Tokopedia อันเป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างและแยกกิจการ Tokopedia ออกไปในปี 2024
เฉพาะในส่วนของค่าธรรมเนียมบริการอีคอมเมิร์ซที่ GOTO ได้รับจาก Tokopedia ในไตรมาสแรกของปี 2026 นั้น มีมูลค่าสูงถึง 288 พันล้านรูเปียห์ หรือเพิ่มขึ้นถึง 33% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ความสามารถในการพลิกกลับมาทำกำไรสุทธิและเปลี่ยนจากขาดทุนจากการดำเนินงานมาเป็นกำไรนั้น เป็นผลมาจากการที่รายได้เติบโตในอัตราร้อยละ 26 ซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายและต้นทุนของ GOTO ที่เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 11 โดยมีมูลค่ารวม 4.9 ล้านล้านรูเปียห์อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการขยายฐานรายได้.