belanegara – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสหกรณ์ นายเฟอร์รี่ จูเลียนโตโน ได้ออกมาเรียกร้องให้สหกรณ์ขนาดใหญ่ในอินโดนีเซีย โดยเฉพาะสหกรณ์ท่าเรืออินโดนีเซีย (Kopelindo) กล้าที่จะก้าวออกจาก "เขตสบาย" และขยายบทบาทเข้าสู่ภาคส่วนเศรษฐกิจเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างอธิปไตยทางเศรษฐกิจของประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ท่านเน้นย้ำว่า นี่คือช่วงเวลาสำคัญของการปฏิรูปเศรษฐกิจที่สหกรณ์ต้องฉวยโอกาสเข้าสู่ธุรกิจที่มีผลกระทบในวงกว้างและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ
รัฐมนตรีสหกรณ์ชี้ชัดว่า สหกรณ์ควรเริ่มมองหาโอกาสในภาคพลังงาน อาหาร และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นทั้งช่องทางในการทำประโยชน์เพื่อสังคมและธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงอย่างยั่งยืน "สหกรณ์ไม่ควรพอใจกับการดำเนินงานในภาคส่วนสินเชื่อหรือบริการสนับสนุนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น" นายเฟอร์รี่กล่าว "ผมขอเชิญชวน Kopelindo ให้กล้าที่จะขยายกิจการเข้าสู่ภาคส่วนยุทธศาสตร์ เราต้องการเห็นสหกรณ์เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการโลจิสติกส์ระดับชาติที่กว้างขวางขึ้น พลังงานหมุนเวียน หรือแม้แต่ความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ"

ท่านเสริมว่า ในฐานะสหกรณ์ที่มีฐานอยู่ในพื้นที่ท่าเรือ Kopelindo มีอำนาจต่อรองที่แข็งแกร่งและศักยภาพมหาศาลในการขยายขนาดธุรกิจให้เติบโตในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ซึ่งจะนำมาซึ่งประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนด้านกฎระเบียบและมาตรการต่างๆ เพื่อลดอุปสรรคทางราชการสำหรับสหกรณ์ที่ต้องการเข้าสู่ภาคส่วนที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงและมีความซับซ้อน เพื่อให้พวกเขาสามารถแข่งขันได้อย่างเต็มศักยภาพ
นอกเหนือจากการขยายภาคส่วน รัฐมนตรีสหกรณ์ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับปรุงธรรมาภิบาลให้ทันสมัยและโปร่งใส ท่านชื่นชม Kopelindo ที่รักษาความสม่ำเสมอในการจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี (RAT) ได้ตรงเวลา ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบและความโปร่งใสต่อสมาชิก อันเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานสหกรณ์ที่เข้มแข็งและยั่งยืน