belanegara – ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในสิงคโปร์พุ่งทะยานไม่หยุดหย่อน จนกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีราคาพลังงานแพงที่สุดในโลกช่วงหลายปีที่ผ่านมา การพุ่งขึ้นครั้งนี้มีชนวนมาจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานน้ำมันทั่วโลก ปัจจุบัน ราคาน้ำมันเบนซิน RON 95 ในสิงคโปร์แตะระดับ 2.35 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อลิตร หรือประมาณ 86 บาทไทย (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน ณ ปัจจุบัน) ส่วน RON 98 อยู่ที่ 2.65 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อลิตร
การที่ราคาน้ำมันเบนซินพุ่งสูงขึ้นนั้น มีสาเหตุหลักมาจากการที่ราคาน้ำมันโลกทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการค้าพลังงาน ถูกรายงานว่าได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งดังกล่าว ทำให้เกิดความปั่นป่วนในตลาดน้ำมันโลก คุณเคนเนธ โกห์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจาก UOB Kay Hian ชี้ว่าช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือมากกว่าหนึ่งในสี่ของการค้าน้ำมันทางทะเลทั่วโลก ดังนั้น การหยุดชะงักใดๆ ในเส้นทางนี้ย่อมส่งผลให้เกิดการขาดแคลนอุปทานและราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ราคาน้ำมันดิบเคยพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากเดิมที่ประมาณ 69 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลก่อนเกิดความขัดแย้ง ในอนาคต คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะยังคงอยู่ในระดับสูง แม้จะมีแนวโน้มลดลงมาอยู่ในช่วง 82 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลภายในสิ้นปี และประมาณ 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในช่วงต้นปี 2570 การขึ้นราคาเชื้อเพลิงครั้งนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อหลายภาคส่วนในสิงคโปร์ ไม่ว่าจะเป็นค่าขนส่งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ที่ล้วนปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ย่อมส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของผู้บริโภคและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้.