belanegara – ราคาน้ำมันดิบโลกอาจพุ่งสูงแตะระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการประกาศของอิหร่านที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการค้าน้ำมันทั่วโลก
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่รองรับการขนส่งน้ำมันดิบประมาณ 20% ของปริมาณการค้าโลก การหยุดชะงักของการกระจายสินค้าในภูมิภาคนี้จึงมีศักยภาพที่จะผลักดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นายโมฮัมหมัด ไฟซาล นักเศรษฐศาสตร์และผู้อำนวยการบริหารของ CORE Indonesia ได้ให้สัมภาษณ์กับ belanegara.co ระบุว่า "หากราคาน้ำมันพุ่งถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือเป็นการเข้าสู่โซนราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เราไม่เคยประสบกับการเพิ่มขึ้นสูงขนาดนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ครั้งสุดท้ายคือช่วงเริ่มต้นของสงครามรัสเซีย-ยูเครน"
ปัจจุบัน ราคาน้ำมันดิบโลกเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม หากความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป ราคาอาจขยับขึ้นไปที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอาจทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ หากการปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบต่อการจัดหาน้ำมันอย่างรุนแรง
สถานการณ์ดังกล่าวส่งสัญญาณเตือนถึงวิกฤตพลังงานครั้งใหม่ที่อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจโลก และแน่นอนว่าคำถามที่ตามมาคือ ผู้บริโภคจะต้องเผชิญกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอีกครั้งหรือไม่