belanegara – หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคแห่งชาติอินโดนีเซีย (BPKN) ออกโรงเตือนประชาชนทั่วประเทศให้หลีกเลี่ยงการซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงตุนไว้เกินความจำเป็น หรือ "Panic Buying" ท่ามกลางกระแสความกังวลเกี่ยวกับศักยภาพการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานโลก อันเป็นผลพวงจากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันของประชาชน
นายมุฟตี มูบาร็อก ประธาน BPKN อินโดนีเซีย กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 ณ กรุงจาการ์ตา ว่า BPKN ขอเรียกร้องให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ผู้บริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงควรใช้ความสงบ มีความระมัดระวังต่อสถานการณ์โลก แต่ไม่ควรซื้อสินค้าเกินความจำเป็น

ปรากฏการณ์ ‘Panic Buying’ หรือการซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงกักตุน ได้เริ่มเกิดขึ้นแล้วในหลายพื้นที่ เช่น เมืองเจมเบอร์ เมดาน และอาเจะห์ โดยมีรายงานว่าประชาชนจำนวนมากแห่กันไปซื้อน้ำมัน หลังจากมีข่าวลือแพร่สะพัดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อุปทานพลังงานจะหยุดชะงักจากความขัดแย้งระดับโลก
นายมุฟตีเน้นย้ำว่า ความตื่นตระหนกดังกล่าวกลับเป็นปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้เกิด ‘ภาวะขาดแคลนเทียม’ ในตลาด เนื่องจากพฤติกรรมการซื้อเกินความจำเป็นจะทำให้การกระจายน้ำมันไม่สมดุล ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลงไปอีก
เขายืนยันว่าอินโดนีเซียมีแหล่งพลังงานมากมายที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ประชาชนจึงไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลมากเกินไป "เรามีแหล่งพลังงานจำนวนมาก สิ่งที่เราต้องทำในตอนนี้คือการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน รวมถึงการใช้พลังงานในการขนส่งให้มีประสิทธิภาพสูงสุด" นายมุฟตีกล่าวเสริม
นอกจากนี้ นายมุฟตียังเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของรัฐบาลว่า ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร รัฐบาลจะต้องเข้ามาดูแลและรับประกันการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน "รัฐบาลมีหน้าที่ต้องรับประกันอุปทานน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับประชาชนไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เพราะพลังงานถือเป็นความต้องการเชิงยุทธศาสตร์ที่ค้ำจุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเคลื่อนย้ายของผู้คนในสังคม" เขากล่าวทิ้งท้าย