belanegara – รัฐบาลอินโดนีเซียเตรียมบังคับใช้กฎระเบียบใหม่ที่อาจพลิกโฉมการจัดการสินค้าที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่ถูกทิ้งค้างไว้และไม่ดำเนินการตามข้อผูกพันทางศุลกากร ซึ่งอาจนำไปสู่การตกเป็นของรัฐได้ กฎกระทรวงการคลัง (PMK) ฉบับที่ 92 ปี 2568 ว่าด้วยการจัดการสินค้าที่ถูกประกาศว่าไม่มีผู้ครอบครอง สินค้าที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ และสินค้าที่ตกเป็นของรัฐ จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการยกเลิกและปรับปรุงกฎระเบียบเดิม PMK ฉบับที่ 178 ปี 2562
นายบูดี้ ปราเซติโย หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์และให้คำแนะนำของกรมศุลกากร ได้เปิดเผยกับ belanegara.co ว่า การออกกฎ PMK ฉบับใหม่นี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความชัดเจนทางกฎหมายและยกระดับคุณภาพการให้บริการในการบริหารจัดการสินค้าภายในเขตศุลกากรให้ดียิ่งขึ้น

"PMK ฉบับที่ 92 ปี 2568 ได้ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับกลไกการจัดการสินค้าที่ไม่ดำเนินการตามข้อผูกพันทางศุลกากร กฎระเบียบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเร่งกระบวนการจัดการสินค้า พร้อมทั้งเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพของการให้บริการ" นายบูดี้กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (27 มีนาคม 2569)
นายบูดี้ยังได้อธิบายถึงสาระสำคัญของ PMK ฉบับที่ 92 ปี 2568 ซึ่งครอบคลุมหลายประเด็นสำคัญ อาทิ การจัดการสินค้าส่งออกที่ไม่ดำเนินการตามข้อผูกพัน, ข้อกำหนดสำหรับการจัดการสินค้าในเขตการค้าเสรี (free trade zone), กลไกการประมูลซ้ำในกรณีที่ผู้ชนะการประมูลไม่ปฏิบัติตามข้อผูกพัน, การจัดการสินค้าที่เป็นเงินสด, ข้อกำหนดเกี่ยวกับค่าตอบแทนบริการก่อนการประมูล, การปฏิบัติต่อสินค้าโภคภัณฑ์นำเข้าที่มีการควบคุมหลังการนำเข้า (post border), รวมถึงนโยบายการบล็อกการเข้าถึงระบบศุลกากรสำหรับผู้ที่ไม่ดำเนินการตามข้อผูกพันเกี่ยวกับสินค้าของตน
นอกจากนี้ กฎระเบียบใหม่ยังนำเสนอนโยบายหลายประการที่มุ่งเน้นการเร่งรัดกระบวนการจัดการสินค้าให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มเกณฑ์สำหรับสินค้าที่สามารถทำลายได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการประมูล, การมอบอำนาจบางส่วนในการพิจารณาข้อโต้แย้งและการกำหนดวัตถุประสงค์ของสินค้าให้กับเจ้าหน้าที่ภายในกรมศุลกากร, การกำหนดอัตราภาษีนำเข้าแบบคงที่ (flat rate) สำหรับการประมูลสินค้าบางประเภทที่มาจากพัสดุหรือสัมภาระผู้โดยสาร, และการจัดสรรเงินที่ได้จากการประมูลเพื่อเป็นค่าเช่าสถานที่เก็บรักษาสินค้าในคลังสินค้าทัณฑ์บนของเอกชนได้สูงสุดถึง 90 วัน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้คาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก และผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจกฎระเบียบใหม่นี้ให้ถ่องแท้ก่อนที่กฎจะมีผลบังคับใช้จริงในเดือนเมษายน 2569