belanegara – กระทรวงสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ (KLH) ของอินโดนีเซีย เตรียมตรวจสอบอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับกิจการเหมืองนิกเกิล 4 บริษัทในเขตปกครองราชามหาสมุทร จังหวัดปาปัวตะวันตก หลังจากมีภาพและข้อมูลการทำลายสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมการทำเหมืองแพร่กระจายอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ สร้างความกังวลอย่างหนักต่อระบบนิเวศน์อันอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่แห่งนี้
นายฮานิฟ ไฟซอล นูโรฟิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ และหัวหน้าหน่วยงานควบคุมสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยในงานแถลงข่าว ณ กรุงจาการ์ตา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน 2568 ว่า บริษัทที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบประกอบด้วย บริษัท พีที กาก นิเกิล, บริษัท พีที อานูเกราห์ สุริยะ ปราตา มา (ASP), บริษัท พีที มูเลีย เรย์มอนด์ เปอร์กาสา (MRP) และบริษัท พีที คาวี เซจาห์ตรา ไมนิ่ง (KSM)

"ทีมงานของเราได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์จริงมาแล้วครับ และขณะนี้เรากำลังดำเนินการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเชิงกลยุทธ์อย่างละเอียด รวมถึงทบทวนการอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้อนุมัติให้กับทั้ง 4 บริษัทอีกครั้ง" นายฮานิฟ กล่าว
นอกจากนี้ นายฮานิฟ ยังได้เสริมอีกว่า บริษัททั้ง 4 แห่งอาจมีความผิดฐานฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหมายเลข 1 ปี 2014 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติหมายเลข 27 ปี 2007 เกี่ยวกับการจัดการพื้นที่ชายฝั่งและหมู่เกาะ เนื่องจากกิจกรรมการทำเหมืองในหมู่เกาะขนาดเล็กนั้นถือเป็นสิ่งต้องห้าม การกระทำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความสมดุลของระบบนิเวศน์และความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ราชามหาสมุทร ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญของอินโดนีเซีย ทางกระทรวงฯ จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศต่อไป และจะรายงานความคืบหน้าของการตรวจสอบให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง
การตรวจสอบครั้งนี้นับเป็นมาตรการสำคัญในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและรักษาความสมดุลของระบบนิเวศน์ในพื้นที่อุดมสมบูรณ์อย่างราชามหาสมุทร และเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลอินโดนีเซียในการบังคับใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศ
