belanegara – สมาคมคมนาคมอินโดนีเซีย (MTI) กำลังกระตุ้นให้รัฐบาลทั้งในระดับท้องถิ่นและส่วนกลางพิจารณาใช้มาตรการเชิงรุก ด้วยการเสนอให้ประชาชนสามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะได้ฟรีเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็ม เพื่อเป้าหมายหลักในการลดปริมาณการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศ และเป็นการรับมือกับวิกฤตพลังงานโลกที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน
นายฮาริส มูฮัมมะดัน ประธานกรรมการ MTI ชี้ว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งทะยานนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่รัฐบาลควรใช้เป็นโอกาสในการปฏิรูปและยกระดับการบริหารจัดการระบบขนส่งสาธารณะของอินโดนีเซีย การให้สิทธิใช้บริการฟรีในช่วงเวลาหนึ่ง จะช่วยปลูกฝังพฤติกรรมการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนให้กับประชาชนได้อย่างยั่งยืน

“เราจำเป็นต้องมีนโยบายที่ชัดเจน เช่น การให้ขนส่งสาธารณะฟรีเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ซึ่งมีหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จในการนำร่องมาตรการนี้มาแล้ว” นายฮาริสกล่าวในการเสวนาที่กรุงจาการ์ตาเมื่อเร็วๆ นี้ “เป้าหมายคือเพื่อให้ประชาชนคุ้นเคยกับการใช้บริการขนส่งสาธารณะจนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน”
นายฮาริสยังกล่าวเสริมอีกว่า เมื่อประชาชนเกิดความคุ้นชินและเห็นประโยชน์ของการใช้ขนส่งสาธารณะแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการต่อยอดด้วยการเสริมศักยภาพของกองยานพาหนะและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของประชาชน
ในโอกาสเดียวกันนี้ นายโจโก เซติโจวาร์โน ที่ปรึกษาคณะกรรมการ MTI ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ต้นทุนในการดำเนินมาตรการให้ขนส่งสาธารณะฟรีนั้น “ไม่สูงอย่างที่หลายคนคิด”
โดยประมาณการว่า หากเป็นกรณีของรถโดยสารประจำทางในเขตเมืองที่บริหารจัดการโดยรัฐบาลท้องถิ่น งบประมาณที่ต้องใช้จะอยู่ที่ประมาณ 500,000 ล้านรูเปียห์ต่อปี (ประมาณ 1,000 ล้านบาทไทย โดยประมาณ) ซึ่งหากรัฐบาลท้องถิ่นต้องการให้บริการฟรีเพียงหนึ่งเดือน งบประมาณที่จำเป็นจะอยู่ที่ราว 41,600 ล้านรูเปียห์เท่านั้น (ประมาณ 83.2 ล้านบาทไทย โดยประมาณ)
“จริงๆ แล้ว หากพิจารณาในระยะเวลาหนึ่งเดือน สำหรับ 42 รัฐบาลท้องถิ่นที่มีระบบขนส่งสาธารณะรองรับอยู่แล้ว งบประมาณที่ต้องใช้ก็ยังไม่ถึงครึ่งล้านล้านรูเปียห์ด้วยซ้ำ” นายโจโกย้ำ “ตัวเลข 500,000 ล้านรูเปียห์นั้นเป็นประมาณการสำหรับทั้งปี หากคิดเป็นรายเดือนก็จะลดลงไปอย่างมีนัยสำคัญ” ข้อมูลจาก belanegara.co รายงาน.
