Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
- ปิดฉากลาลีกาสุดช็อก! บาร์ซ่าสะดุดปลายทาง, ตราหมีโดนถล่มยับ 5-1, 3 ทีมต้องโบกมือลาลีกสูงสุด!
- ช็อกทั้งประเทศ! ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งทะลุเพดาน พฤษภาคม 2026 ค่ายใหญ่แห่ขึ้นราคา กระทบคนใช้รถเต็มๆ!
- สะเทือนวงการส่งออก! รัฐมนตรี KKP เปิดผลงาน ‘ฟาร์มกุ้งยักษ์’ เกบูเมน 80 ตัน คุณภาพระดับโลก – อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จ?
- ปลดล็อกความมั่งคั่งวัยเกษียณ! เคล็ดลับเช็คยอดเงินสะสมประกันสังคมอินโดนีเซีย (JHT) แบบเรียลไทม์ ง่ายกว่าที่คิด!
- เปิดตัวเลขชวนตะลึง! แรงงานอินโดนีเซียในญี่ปุ่น กวาดรายได้หลักสิบล้านรูเปียห์ต่อเดือน ทำไมถึงสูงขนาดนี้?
- belanegara – การจัดตั้งหน่วยงานกลางเพื่อรวมศูนย์การส่งออก หรือ "บริษัท ดันอันตารา ซัมเบอร์ดยา อินโดนีเซีย (PT Danantara Sumberdaya Indonesia – DSI)" กำลังถูกมองว่าเป็นก้าวกระโดดเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง เพื่อเสริมสร้างรากฐานเศรษฐกิจของประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ความเคลื่อนไหวนี้คาดว่าจะสามารถอุดช่องโหว่การรั่วไหลของมูลค่าการส่งออก เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศที่ได้จากการส่งออก (DHE) และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับค่าเงินรูเปียห์ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
- สัญญาณอันตราย! รูเปียห์อ่อนค่า น้ำมันแพง จุดชนวนคลื่น PHK ถล่มอินโดนีเซีย แรงงานนับหมื่นชีวิตสั่นคลอน อนาคตเศรษฐกิจจะไปทางไหน?
- เปิดโปงความจริง! รูเปียห์อ่อนค่า ดีต่ออินโดฯ จริงหรือ? นักเศรษฐศาสตร์เตือน ‘เข้าใจผิดมหันต์’!
Penulis: Annas
belanegara – นายอาเธอร์ ลาฮาร์ตาร์โต้ รัฐมนตรีประสานงานด้านเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ได้พบปะหารือทวิภาคีกับนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐอเมริกา ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2568 เพื่อติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับนโยบายภาษีนำเข้าแบบตอบโต้ (reciprocal tariff) การหารือครั้งนี้ถือเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของอินโดนีเซียในการส่งเสริมการค้าที่เป็นธรรมและโปร่งใส นายอาเธอร์ได้ย้ำถึงจุดยืนของอินโดนีเซียในการแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ กับอินโดนีเซีย ซึ่งได้เคยหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) และกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ มาแล้วในการพบปะครั้งก่อน "เราสนับสนุนการค้าที่ยุติธรรมและโปร่งใส อินโดนีเซียจะเพิ่มการซื้อสินค้าสำคัญหลายประเภท เช่น น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงสินค้าเกษตร" นายอาเธอร์กล่าวในการแถลงข่าวที่กรุงจาการ์ตาเมื่อวันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2568 Gambar Istimewa : img.okezone.com นอกจากนี้ ในการพบปะครั้งนี้ นายอาเธอร์ยังได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของอินโดนีเซียในการเปิดรับการลงทุนอย่างต่อเนื่องและเสริมสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในหลายภาคส่วน รวมถึงแร่ธาตุสำคัญ เศรษฐกิจดิจิทัล และการเงิน การหารือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่อินโดนีเซียให้กับการสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและเป็นธรรมกับสหรัฐอเมริกา และแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของอินโดนีเซียในการรับมือกับความท้าทายทางการค้าในเวทีโลก
belanegara – ธนาคาร BRI (Bank Rakyat Indonesia) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการธนาคารของอินโดนีเซีย ประกาศเดินหน้าเต็มสูบในการสนับสนุนเศรษฐกิจระดับรากหญ้าและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อประชาชนหรือ KUR (Kredit Usaha Rakyat) โดยล่าสุด ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2568 BRI ได้ปล่อยกู้ KUR ไปแล้วถึง 42.23 ล้านล้านรูปี คิดเป็น 24.13% ของวงเงินสินเชื่อที่รัฐบาลกำหนดไว้ทั้งปีที่ 175 ล้านล้านรูปี ส่งผลให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 975,000 ราย ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ ไม่เพียงแต่จำนวนเงินกู้และจำนวนผู้กู้ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าประทับใจ BRI ยังให้ความสำคัญกับการปล่อยกู้ในภาคเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดย 62.43% ของวงเงิน KUR ทั้งหมดนั้น มุ่งเน้นไปยังภาคการผลิต Gambar Istimewa : img.okezone.com ที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือภาคเกษตรกรรม ซึ่งได้รับวงเงินกู้สูงสุดถึง 18.09 ล้านล้านรูปี สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ BRI ในการเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารของประเทศ นับเป็นตัวเลขที่น่าจับตามองและแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในการยกระดับเศรษฐกิจของประเทศอินโดนีเซีย ผ่านกลไกการสนับสนุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสถาบันการเงินอื่นๆ ในการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
belanegara – การย้ายถิ่นฐานครั้งประวัติศาสตร์กำลังจะเกิดขึ้น! รองหัวหน้าหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ (BIN) พล.ต.อ. (สบ.) อิหม่าม สุจันโต ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ Ibu Kota Nusantara (IKN) เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 พร้อมด้วย นายบาซูกิ ฮาดีมุลโยโน หัวหน้าหน่วยงานผู้รับผิดชอบ IKN เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการย้ายพนักงานราชการของหน่วยข่าวกรองเข้าสู่ IKN ในเดือนมิถุนายน 2568 นี้ การเคลื่อนย้ายครั้งใหญ่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนา IKN ให้เป็นศูนย์กลางอำนาจใหม่ของประเทศไทย การตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ได้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญต่างๆ ทั้งสำนักงานและที่พักอาศัยสำหรับพนักงานของหน่วยข่าวกรอง โดยคาดว่าการย้ายพนักงานจะดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยเริ่มต้นในเดือนมิถุนายน 2568 พนักงานกลุ่มแรกจะเข้าพักอาศัยในอาคารชุด (Rusun) ของหน่วยข่าวกรองที่พร้อมใช้งานแล้ว Gambar Istimewa : img.okezone.com “พวกเราได้ตรวจสอบสถานที่แล้ว พบว่ามีความพร้อมและทันสมัยมาก และสามารถดูแลรักษาได้อย่างดี คาดว่าจะเริ่มย้ายเข้าในเดือนมิถุนายน” รองหัวหน้าหน่วยข่าวกรองกล่าวในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2568 นายบาซูกิ ฮาดีมุลโยโน หัวหน้าหน่วยงานผู้รับผิดชอบ IKN ได้แสดงความยินดีกับแผนการย้ายเข้าของหน่วยข่าวกรอง และกล่าวว่า “สำหรับอาคารชุดนั้น เราจะประสานงานกับทีมงานของเราเพื่อเตรียมที่พักให้พร้อม เพื่อให้สามารถย้ายเข้าได้ในวันที่ 1 มิถุนายน” การย้ายพนักงานราชการหน่วยข่าวกรองเข้าสู่ IKN นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเมืองหลวงแห่งใหม่ และแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ IKN ในการรองรับหน่วยงานสำคัญของประเทศ การเคลื่อนย้ายครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่อย่างแน่นอน และเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนาประเทศไทยในอนาคตต่อไป
belanegara – บริษัท ยูไนเต็ด แทรคเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UNTR ประกาศแจกปันผลก้อนโตมูลค่าถึง 7.81 ล้านล้านรูปีห์ สร้างความฮือฮาให้กับวงการตลาดหุ้นอินโดนีเซีย หลังจากที่การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี (RUPST) ได้มีมติอนุมัติการจ่ายปันผลดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การจ่ายปันผลครั้งนี้ แบ่งออกเป็นสองส่วน โดยส่วนแรกเป็นปันผลระหว่างกาล (Dividen Interim) จำนวน 2.43 ล้านล้านรูปีห์ หรือคิดเป็น 667 รูปีห์ต่อหุ้น ซึ่งได้มีการจ่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 ส่วนที่เหลืออีก 5.4 ล้านล้านรูปีห์ หรือ 1,484 รูปีห์ต่อหุ้น จะถูกจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 8 พฤษภาคม เวลา 16.00 น. ตามเวลาอินโดนีเซีย โดยกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 นางสาวซารา เค. โลเอบิส เลขาธิการบริษัท UNTR ได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในการแถลงข่าว ณ อาคารอัสตรา เมื่อวันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2568 Gambar Istimewa : img.okezone.com นอกจากการประกาศจ่ายปันผลแล้ว RUPST ยังมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบ โดยมี นายอารี สุตริสโน ดำรงตำแหน่งกรรมการ นายเฮนดรา ฮูตาเฮียน ดำรงตำแหน่งกรรมการ นางสาวกิตา ทิฟฟานี บัวร์ ดำรงตำแหน่งกรรมการ และนายอิกนาซิอุส โจแนน ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลดีต่อการบริหารงานของบริษัทในอนาคต และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน การแจกปันผลครั้งใหญ่ของ UNTR ถือเป็นข่าวดีสำหรับนักลงทุน และสะท้อนถึงผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท ซึ่งน่าจะดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ทำให้หุ้น UNTR มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น และคาดว่าจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นอินโดนีเซียในภาพรวม
belanegara – เตรียมตัวกันให้ดี! ค่าผ่านทางบนทางด่วน Semarang ตอน A, B และ C ที่บริหารจัดการโดยบริษัท Jasamarga Transjawa Tol (JTT) กำลังจะปรับขึ้นราคาอย่างเป็นทางการในวันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2568 เวลา 00.00 น. ตามประกาศกระทรวงโยธาธิการเลขที่ 399/KPTS/M/2568 ลงวันที่ 26 มีนาคม 2568 เกี่ยวกับการปรับอัตราค่าผ่านทางบนทางด่วน Semarang ตอน A, B และ C การปรับขึ้นอัตราค่าผ่านทางครั้งนี้เป็นไปตามมาตรา 48 วรรค (3) แห่งพระราชบัญญัติเลขที่ 2 พ.ศ. 2565 ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเลขที่ 38 พ.ศ. 2547 เรื่องทาง และมาตรา 83 วรรค (1) แห่งพระราชบัญญัติเลขที่ 23 พ.ศ. 2567 เรื่องทางด่วน โดยการประเมินและปรับอัตราค่าผ่านทางจะดำเนินการทุกสองปี โดยคำนึงถึงอัตราเงินเฟ้อ นับเป็นมาตรการสำคัญในการรักษาประสิทธิภาพการให้บริการและการบริหารจัดการทางด่วนอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้ทางด่วนทุกท่าน Gambar Istimewa : img.okezone.com การปรับอัตราค่าผ่านทางบนทางด่วน Semarang ตอน A, B และ C ครั้งนี้ คำนวณจากอัตราเงินเฟ้อของทางด่วนช่วงดังกล่าว ตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 ถึงเดือนธันวาคม 2567 รวมถึงการชดเชยความล่าช้าในการปรับอัตราค่าผ่านทาง และการคำนวณอัตราค่าผ่านทางตามปกติทุกสองปี รองประธานฝ่ายเลขานุการองค์กรและกฎหมาย บริษัท JTT คุณ Ria Marlinda Paallo ได้อธิบายว่า การปรับขึ้นอัตราค่าผ่านทางครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการรักษาระดับมาตรฐานการให้บริการทางด่วนให้เป็นไปตามมาตรฐานการให้บริการขั้นต่ำ (SPM) รวมถึงการยกระดับคุณภาพทางด่วนและพัฒนาการให้บริการเพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจ "การปรับปรุงนี้จะช่วยให้เราสามารถมอบความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ทางด่วนได้อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมบรรยากาศการลงทุนในทางด่วนที่ดี รักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมทางด่วนที่มีแนวโน้มสดใสในประเทศอินโดนีเซีย" คุณ Ria กล่าวในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2568…
belanegara – ในยุคดิจิทัลที่โลกออนไลน์เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อชีวิตประจำวัน โซเชียลมีเดียไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือสื่อสารอีกต่อไป แต่ยังกลายเป็นแหล่งสร้างรายได้เสริมที่น่าสนใจ และหนึ่งในแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสนี้ให้กับผู้ใช้งานอย่างเต็มที่ก็คือ Facebook โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฟีเจอร์ Facebook สำหรับมืออาชีพ (FB Pro) ที่จะช่วยให้คุณเปลี่ยนบัญชีส่วนตัวให้กลายเป็นบัญชีผู้สร้างคอนเทนต์และเริ่มสร้างรายได้จากคอนเทนต์ที่คุณแบ่งปันได้อย่างง่ายดาย Facebook Pro คือฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเปิดใช้งานโหมดมืออาชีพบนบัญชีของตนได้ เมื่อเปิดใช้งานแล้ว คุณจะสามารถเข้าถึงเครื่องมือและผลิตภัณฑ์สร้างรายได้มากมายที่ Facebook เสนอให้ วิธีการเปิดใช้งานก็ง่ายดาย เพียงแค่ไปที่โปรไฟล์ Facebook ของคุณ คลิกที่ไอคอนสามจุด เลือก "เปิดใช้งานโหมดมืออาชีพ" แล้วทำตามคำแนะนำ หลังจากเปิดใช้งาน FB Pro แล้ว คุณก็สามารถสร้างรายได้ได้หลายวิธี เช่น Gambar Istimewa : img.okezone.com ระบบดาว: ในระหว่างการไลฟ์สด ผู้ชมสามารถซื้อและส่งดาวเพื่อเป็นการสนับสนุนผู้สร้างคอนเทนต์ โดยดาวแต่ละดวงสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้ โดยมีมูลค่าประมาณ 0.01 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ 1 ดาว โฆษณาใน Reels และวิดีโอแบบ On Demand (VOD): การสร้าง Reels และวิดีโอแบบ On Demand ที่มีคุณภาพสูง และได้รับการรับรองจาก Facebook จะทำให้คุณมีโอกาสได้รับรายได้จากโฆษณาที่ปรากฏในวิดีโอของคุณ ยิ่งมีผู้ชมมากเท่าไหร่ รายได้ของคุณก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีวิธีการสร้างรายได้อื่นๆ อีกมากมายบน Facebook Pro เช่น การร่วมมือกับแบรนด์ต่างๆ การขายสินค้าหรือบริการผ่าน Facebook Shop และอื่นๆ อีกมากมาย Facebook Pro จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างรายได้เสริม และเป็นโอกาสดีที่จะเปลี่ยนความสนใจและความสามารถของคุณให้กลายเป็นรายได้ที่มั่นคง ลองเปิดใช้งาน Facebook Pro และเริ่มต้นสร้างรายได้ของคุณวันนี้เลย! อย่ารอช้า โอกาสดีๆ กำลังรอคุณอยู่!
belanegara – หลายคนใฝ่ฝันอยากเป็น YouTuber แต่สงสัยกันไหมว่ารายได้ของ YouTuber ที่มีผู้ติดตามเพียง 1,000 คน จะมากน้อยแค่ไหน? วันนี้ belanegara.co จะพาไปไขข้อข้องใจ พร้อมเผยเคล็ดลับสร้างรายได้จากช่อง YouTube ของคุณ การหารายได้จาก YouTube นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว ปัจจัยสำคัญคือจำนวนการรับชม (Views) และอัตราการทำรายได้ต่อ 1,000 ครั้งที่โฆษณาแสดงผล (RPM – Revenue Per Mille) โดยเฉลี่ยในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 50-200 บาท หมายความว่าหากวิดีโอของคุณมีการรับชม 10,000 ครั้งต่อเดือน และมี RPM อยู่ที่ 100 บาท คุณจะได้รับรายได้ประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน Gambar Istimewa : img.okezone.com แต่ YouTuber ไม่ได้มีรายได้แค่จาก Adsense เท่านั้น ยังมีช่องทางอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การรับงาน Sponsor หรือการโฆษณาสินค้า การทำ Affiliate Marketing การขายสินค้าหรือบริการของตัวเอง การรับบริจาค หรือการเปิดระบบสมาชิกช่อง YouTube (Membership) ซึ่งสามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมได้อย่างน่าสนใจ จากข้อมูลต่างๆ เราสามารถประเมินรายได้คร่าวๆ ของ YouTuber ที่มีผู้ติดตาม 1,000 คน ได้ดังนี้ รายได้จาก Adsense อาจจะอยู่ที่ประมาณ 750-1,500 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับจำนวนการรับชมและ RPM ส่วนรายได้จากช่องทางอื่นๆ นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างคอนเทนต์และการตลาดของแต่ละบุคคล บางคนอาจจะสร้างรายได้หลักหมื่นบาทต่อเดือนจากการ Sponsor หรือการขายสินค้า ในขณะที่บางคนอาจจะยังไม่ได้รับรายได้เลย อย่างไรก็ตาม การสร้างรายได้จาก YouTube จำเป็นต้องมีคุณสมบัติบางอย่าง เช่น ต้องมีผู้ติดตามอย่างน้อย 1,000 คน มีเวลาการรับชมสาธารณะอย่างน้อย 4,000 ชั่วโมงในรอบ 12…
belanegara – กระแสความนิยมของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ YouTube Shorts กลายเป็นช่องทางสร้างรายได้ออนไลน์ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่วิดีโอสั้นๆ ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยอัลกอริทึมของ YouTube ที่ช่วยผลักดันคอนเทนต์ให้ไวรัล ครีเอเตอร์จึงมีโอกาสเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว เปิดโอกาสในการสร้างรายได้จากโฆษณา สปอนเซอร์ และการสนับสนุนจากชุมชน ต่อไปนี้คือ 7 วิธีในการสร้างรายได้จาก YouTube Shorts ที่คุณไม่ควรพลาด Gambar Istimewa : img.okezone.com กองทุน YouTube Shorts Fund: YouTube เปิดตัว YouTube Shorts Fund เพื่อเป็นการขอบคุณครีเอเตอร์ที่สร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจและได้รับความนิยม กองทุนนี้จะจ่ายโดยตรงจาก YouTube ให้กับครีเอเตอร์โดยพิจารณาจากประสิทธิภาพของวิดีโอ Shorts โดยไม่จำเป็นต้องเข้าร่วม YouTube Partner Program (YPP) รายได้จากโฆษณา (Revenue Sharing): ตั้งแต่ต้นปี 2566 YouTube ได้เปิดระบบแบ่งปันรายได้จากโฆษณาสำหรับวิดีโอ Shorts ผ่าน YouTube Partner Program (YPP) ครีเอเตอร์ที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับส่วนแบ่งจากรายได้โฆษณาที่ปรากฏใน Shorts สปอนเซอร์และการรับรองสินค้า (Sponsorship and Endorsement): แม้ว่าความยาวของวิดีโอ Shorts จะสั้น แต่ก็ยังคงมีพลังในการสร้างแบรนด์ บริษัทและแบรนด์ต่างๆ เริ่มให้ความสนใจครีเอเตอร์ Shorts เพื่อร่วมมือในการโปรโมตสินค้า การโปรโมตสินค้าแบบ Affiliate: ครีเอเตอร์สามารถแทรกการโปรโมตสินค้าแบบ Affiliate ผ่านวิดีโอ Shorts ได้ โดยการเพิ่มลิงก์ Affiliate ในคำอธิบายวิดีโอหรือการนำผู้ชมไปยังแพลตฟอร์มอื่น ครีเอเตอร์จะได้รับค่าคอมมิชชั่นจากยอดขายที่เกิดจากลิงก์ดังกล่าว การขายสินค้าหรือบริการของตนเอง: Shorts สามารถเป็นเครื่องมือโปรโมตธุรกิจส่วนตัวได้อย่างทรงพลัง ตั้งแต่การขายสินค้า อีบุ๊ก ไปจนถึงบริการให้คำปรึกษา ทุกอย่างสามารถทำการตลาดได้ผ่านคอนเทนต์สั้นๆ ที่น่าสนใจ การสร้าง Membership สำหรับแฟนคลับ: สร้างความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับผู้ชมโดยการเปิดให้สมัครเป็นสมาชิก สมาชิกจะได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ เช่น การเข้าถึงคอนเทนต์พิเศษ ไลฟ์สดเฉพาะกลุ่ม และอื่นๆ…
ทะลุเป้า! BTN กำไรพุ่ง 904 พันล้านบาทในไตรมาสแรกปี 2568 โต 5.1%! กลยุทธ์อะไรที่ทำให้ประสบความสำเร็จ?
belanegara – ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (BTN) ประกาศผลประกอบการที่น่าประทับใจในไตรมาสแรกของปี 2568 ด้วยกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 904 พันล้านรูปี เพิ่มขึ้น 5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ทางธุรกิจของ BTN ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน นายนิคสัน แอลพี นาพิทูพูลู กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ BTN กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2568 ว่า "BTN บรรลุผลการดำเนินงานที่ดีเยี่ยมในไตรมาสแรกของปี 2568 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการปล่อยสินเชื่อและการให้บริการทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการก่อสร้างบ้านระดับชาติ" Gambar Istimewa : img.okezone.com ยอดสินเชื่อและการให้บริการทางการเงินของ BTN ในไตรมาสแรกของปี 2568 สูงถึง 363.11 ล้านล้านรูปี เพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 344.24 ล้านล้านรูปี การเติบโตนี้ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อที่อยู่อาศัย ทั้งสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบมีการอุดหนุนและแบบไม่มีการอุดหนุน ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มสูงขึ้น โดยสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบมีการอุดหนุนแตะ 179.70 ล้านล้านรูปี เพิ่มขึ้น 7.6% ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบไม่มีการอุดหนุนเพิ่มขึ้น 8.1% แตะ 106.80 ล้านล้านรูปี นายนิคสันแสดงความมั่นใจในศักยภาพการเติบโตของสินเชื่อในปี 2568 โดยกล่าวว่า รัฐบาลกำลังเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจและลดปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัย โดยมุ่งมั่นที่จะจัดหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและราคาไม่แพงสำหรับประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ รวมถึงข้าราชการ แรงงาน บุคลากรทางการแพทย์ ครู นักข่าว เจ้าหน้าที่กู้ภัย ทหาร ตำรวจ และแรงงานนอกระบบ นอกจากนี้ การเติบโตของเงินฝากของ BTN ยังได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของเงินฝากประเภทออมทรัพย์และกระแสรายวัน (CASA) ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 10.1% แตะ 196.67 ล้านล้านรูปี ส่วนแบ่งของเงินฝากประเภท CASA ต่อเงินฝากทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 51.1% ส่งผลให้ต้นทุนเงินทุนลดลงเหลือ 4.0% จาก 4.2% ในเดือนมีนาคมปีก่อน การลดต้นทุนเงินทุนและการเพิ่มการปล่อยสินเชื่อ รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่มีอัตรากำไรสูง ทำให้ BTN สามารถปรับปรุงอัตรากำไรสุทธิจากดอกเบี้ย (NIM)…
belanegara – วงการสตรีมเมอร์เกมกำลังร้อนระอุ! Reza Oktovian หรือที่รู้จักกันดีในนาม Reza Arap หนึ่งในบุคคลสำคัญและไอคอนของวงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์เกม กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมาก ด้วยรายได้มหาศาลจากการไลฟ์สตรีมมิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Maraphton ที่สร้างปรากฏการณ์รายได้อย่างน่าทึ่ง Maraphton ไลฟ์สตรีมมิ่งที่ Reza Arap ร่วมกับเพื่อนๆ ได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยผ่านมาแล้ว 2 ซีซั่น ซีซั่นแรกยาวนานถึง 34 วัน และซีซั่นที่สองยาวนานถึง 69 วัน ความยาวนานของการไลฟ์สตรีมมิ่ง สะท้อนถึงความนิยมอย่างล้นหลาม และสร้างรายได้มหาศาล Gambar Istimewa : img.okezone.com กลไกการสร้างรายได้ของ Maraphton มาจากการที่ผู้ชมสามารถบริจาคเงิน หรือที่เรียกว่า "Donation" และสามารถขอให้ Reza Arap ทำชาเลนจ์ต่างๆ ได้ตามใจชอบ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงดึงดูดสำคัญที่ทำให้ผู้ชมติดตามอย่างเหนียวแน่น ในรายการพอดแคสต์ชื่อดังอย่าง Curhat Bang Denny Sumargo Denny Sumargo ได้ถาม Reza Arap เกี่ยวกับรายได้จาก Maraphton โดยกล่าวว่า "ตัวเลขที่ได้ ผมยังไม่รู้เลยนะ 10 ล้าน? 30 ล้าน? 40 ล้าน? 35 ล้าน? 70 ล้าน? หรือ 25 ล้าน?" คำถามนี้สร้างความสนใจอย่างมาก และทำให้ผู้ชมต่างคาดเดากันอย่างสนุกสนาน อย่างไรก็ตาม Reza Arap ได้เปิดเผยว่า รายได้ที่ได้นั้นไม่ได้ตกเป็นของเขาเพียงคนเดียว แต่จะแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ ที่ร่วมสร้างสรรค์ Maraphton ด้วย เขาจึงไม่เปิดเผยตัวเลขที่แท้จริง โดยกล่าวเพียงว่า "ไม่ใช่หรอกครับ" และ "เรื่องรายได้จาก Maraphton น่ะเหรอ… อืม… จริงๆ แล้วไม่ควรจะพูดถึงเรื่องนี้นะ" คำตอบที่คลุมเครือ ยิ่งเพิ่มความอยากรู้ และทำให้ผู้คนต่างคาดเดาตัวเลขมหาศาลที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Maraphton…
