Penulis: Annas

Annas

เขามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ในระดับภูมิภาค ตั้งแต่การวางผังพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงพลวัตทางสังคมและการเมืองใน Cianjur และบริเวณโดยรอบ งานเขียนของเขาถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับผู้อ่านในท้องถิ่น

belanegara – การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมิใช่เพียงแค่หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างงานอีกด้วย นี่คือข้อความสำคัญจากนายฮารี ทาโนเสุดิบโจ ประธานกรรมการบริหารกลุ่ม MNC ที่กล่าวไว้ในการประชุม MNC Forum ครั้งที่ 79 ภายใต้หัวข้อ "บทบาทของรัฐบาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการกระจายอำนาจเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ยุคทองคำ 2045" ณ Jakarta Concert Hall อาคาร iNews เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม 2568 นายฮารี ทาโน่ กล่าวในการกล่าวสุนทรพจน์ว่า "เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าโครงสร้างพื้นฐานนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่การเติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่โครงสร้างพื้นฐานยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างงานอีกด้วย" Gambar Istimewa : img.okezone.com สร้างงาน สร้างอนาคต นายฮารี ทาโน่ มองว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจะนำไปสู่การสร้างงาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการเตรียมรับมือกับโอกาสประชากรวัยทำงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2045 "นี่จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับประเทศของเรา ที่กำลังเผชิญกับโอกาสประชากรวัยทำงาน ซึ่งประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสร้างงานให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" เขากล่าวเสริม เป้าหมาย GDP ประเทศไทย ในโอกาสเดียวกันนี้ พลเอก อากุส ฮาริมุติ ยุดโฮโยโน รัฐมนตรีประสานงานด้านโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาภูมิภาค ได้กล่าวถึงเป้าหมายของรัฐบาลในการบรรลุวิสัยทัศน์ประเทศไทยสู่ยุคทองคำ 2045 โดยระบุว่า ในปี 2045 รายได้ประชาชาติสุทธิต่อหัว (GNI per capita) มีเป้าหมายอยู่ที่ 23,000-30,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่ปัจจุบัน GNI per capita ของประเทศไทยอยู่ที่ 4,870 ดอลลาร์สหรัฐฯ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายดังกล่าว และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศในระยะยาว นับเป็นความท้าทายและโอกาสสำคัญที่รัฐบาลและภาคเอกชนจะต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนต่อไป

Read More

belanegara – นายฮารี ทาโนซูดีบโย ประธานบริหารกลุ่ม MNC เปิดงานสัมมนา MNC Forum ครั้งที่ 79 (LXXIX) อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม 2568 ณ ห้องแสดงคอนเสิร์ตกรุงเทพฯ อาคาร iNews Tower โดยมี พลเอก อากุส ฮาริมูร์ติ ยุดโธโยโน (AHY) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาเขตพื้นที่ เป็นวิทยากรหลัก งานนี้เรียกได้ว่าเป็นการรวมตัวของเหล่าผู้นำทางธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของประเทศไทยเลยทีเดียว งานสัมมนา MNC Forum ครั้งที่ 79 ในปีนี้ ได้กำหนดหัวข้อหลักที่น่าสนใจยิ่ง นั่นคือ "บทบาทของภาครัฐในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเขตพื้นที่เพื่ออนาคตประเทศไทยที่รุ่งเรือง" นายฮารี ทาโนซูดีบโย ได้กล่าวเปิดงานด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับรัฐมนตรี AHY โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรับฟังมุมมองจากภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ Gambar Istimewa : img.okezone.com "เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านรัฐมนตรี AHY ได้มาร่วมงานในวันนี้ เพราะเราต้องการรับฟังความคิดเห็นและคำแนะนำจากภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาประเทศ" นายฮารี ทาโนซูดีบโย กล่าว งาน MNC Forum ครั้งนี้ มีพนักงานของกลุ่ม MNC เข้าร่วมกว่า 2,000 คน ทั้งแบบออนไลน์และออนไซต์ โดยส่วนใหญ่เป็นพนักงานระดับหัวหน้างานขึ้นไป นายฮารี ทาโนซูดีบโย ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่เพียงแค่เป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจและการสร้างงานอีกด้วย "เราทุกคนทราบดีว่าโครงสร้างพื้นฐานมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ใช่แค่การเติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างงานอีกด้วย" นายฮารี ทาโนซูดีบโย กล่าวเสริม งานสัมมนาครั้งนี้จึงนับเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่สดใสให้กับประเทศไทยต่อไป

Read More

belanegara – ตลาดเนื้อวัวในประเทศไทยกำลังจะร้อนระอุ! อาร์เจนตินาผู้ส่งออกเนื้อวัวรายใหญ่ของโลก ประกาศความพร้อมส่งเนื้อคุณภาพเยี่ยมเข้าสู่ตลาดไทย โดยมีปริมาณการส่งออกสูงถึงหนึ่งล้านตันในปีที่ผ่านมา สร้างความหวังในการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพให้กับผู้บริโภคชาวไทย แต่กระนั้น การเจรจาไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะทางการไทยมีเงื่อนไขสำคัญถึง 3 ข้อที่อาร์เจนตินาต้องผ่านให้ได้เสียก่อน นาย Agustin Tejeda Rodriguez รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรของอาร์เจนตินา ได้เดินทางเยือนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม 2568 โดยระบุว่า อาร์เจนตินาพร้อมที่จะขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับไทย ไม่ใช่แค่ในด้านการค้า แต่รวมถึงการลงทุนระยะยาว และหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เห็นการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างคณะผู้แทนของทั้งสองประเทศในอนาคตอันใกล้นี้ “เราพร้อมเปิดตลาดให้กับสินค้าของไทย และหวังว่าจะได้ต้อนรับคณะผู้แทนจากประเทศไทยที่บัวโนสไอเรสในเร็ววัน” นาย Agustin กล่าว Gambar Istimewa : img.okezone.com แม้ว่าไทยจะต้อนรับความร่วมมือทางการเกษตรกับอาร์เจนตินาอย่างอบอุ่น เนื่องจากเห็นว่าเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจของประเทศ แต่ก็มีเงื่อนไขสำคัญที่อาร์เจนตินาต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้แน่ใจว่าการลงทุนและการนำเข้าเนื้อวัวจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย และไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อเกษตรกรไทย โดยเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อนี้ยังไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับมาตรฐานด้านสุขอนามัย การควบคุมคุณภาพ และการคุ้มครองผลประโยชน์ของเกษตรกรไทย ทำให้การเจรจาครั้งนี้ยังคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดต่อไปว่า เนื้อวัวอาร์เจนตินาจะได้ลิ้มลองในไทยหรือไม่ และเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อนั้นคืออะไรกันแน่! นี่จึงเป็นการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง!

Read More

belanegara – บริษัทหลักทรัพย์ เอ็มเอ็นซี ซีเคียวริตี้ (MNC Sekuritas) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ MNC Group และปัจจุบันมีบริษัท เอ็มเอ็นซี แคปปิตอล อินโดนีเซีย จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นใหญ่ เป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่มีชื่อเสียงและได้รับรางวัลมากมาย MNC Sekuritas มุ่งมั่นและสม่ำเสมอในการจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับตลาดทุน เพื่อสร้างนักลงทุนที่มีคุณภาพในประเทศอินโดนีเซีย การลงทุนเพื่อผลตอบแทนทางการเงินจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ สำหรับนักลงทุนมือใหม่ การค้นหาข้อมูล การทำความเข้าใจโปรไฟล์ความเสี่ยง และเป้าหมายระยะยาวเป็นสิ่งสำคัญขั้นแรกในการลงทุน เช่น การวางแผนเพื่อให้มีชีวิตที่สงบสุขและมั่นคงทางการเงินยามเกษียณ สามารถทำได้ด้วยการลงทุนระยะยาว เริ่มต้นลงทุนในเครื่องมือทางการเงินต่างๆ ในตลาดทุนเพื่อสร้างผลกำไรในระยะยาว แล้วเครื่องมือทางการเงินใดจึงเหมาะสมกับโปรไฟล์ความเสี่ยงและเป้าหมายของคุณ? Gambar Istimewa : img.okezone.com พลาดไม่ได้! ติดตามการถ่ายทอดสดผ่าน Instagram Live ของ MNC Sekuritas หัวข้อ “ลงทุนอย่างไรไม่ให้หวั่นไหว อนาคตสดใสกว่าที่เคย” ในวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 เวลา 16.00 WIB พบกับคุณริสกี้ อารย่า พี. ปาดัง ฝ่ายพัฒนาช่องทางและความร่วมมือของ MNC Sekuritas รับชมได้ทาง Instagram @mncsekuritas สัมผัสประสบการณ์การลงทุนที่ราบรื่น ลงทุนในหุ้น กองทุนรวม และตราสารหนี้ กับ #MNCSekuritas ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน MotionTrade ได้แล้ววันนี้ บน Google PlayStore และ Apple AppStore ดาวน์โหลดได้ที่ onelink.to/motiontrade MNC Sekuritas ลงทุนกับที่สุดแห่งความเป็นเลิศ! (ดานี จูมาดิล อาคีร์)

Read More

belanegara – จาโก้ สุซานโต้ หนึ่งในมหาเศรษฐีชื่อดังของอินโดนีเซีย ผู้กุมความมั่งคั่งมหาศาลมูลค่า 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินราว 57.7 ล้านล้านรูปีห์อินโดนีเซีย (อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 16,513 รูปีห์อินโดนีเซีย) เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ก่อตั้งเครือข่ายร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่ Alfamart ซึ่งปัจจุบันมีสาขามากกว่า 22,000 แห่งทั่วอินโดนีเซีย และอีกประมาณ 2,000 แห่งในฟิลิปปินส์ เส้นทางธุรกิจของเขาไม่ใช่เรื่องง่าย จากเด็กหนุ่มที่เริ่มต้นจากการช่วยครอบครัวขายของในตลาด จนก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของอาณาจักรธุรกิจขนาดมหึมา จากเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เป็นลูกคนที่หกในจำนวนพี่น้อง 10 คน จาโก้เริ่มต้นเส้นทางธุรกิจจากการช่วยเหลือครอบครัวดูแลร้านอาหารเล็กๆ ในตลาดแบบดั้งเดิมของกรุงจาการ์ตาตั้งแต่อายุ 17 ปี ต่อมาเขาได้ร่วมมือกับ Putera Sampoerna ผู้ทรงอิทธิพลในวงการบุหรี่เคร็ก ในการเปิดร้านค้าลักษณะเดียวกัน และต่อยอดธุรกิจจนเติบโตเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตแบบดิสเคานต์ เมื่อ Putera ขายธุรกิจบุหรี่ให้กับ Philip Morris ในปี 2548 จาโก้ได้เข้ารับช่วงต่อธุรกิจค้าปลีกและพัฒนาจนกลายเป็น Alfamart ที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้ นอกจากนี้ ในปี 2565 บริษัทของเขายังได้เข้าซื้อหุ้นในธนาคาร Aladin Syariah มูลค่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งให้บริการทางการเงินแบบอิสลาม ตามรายงานจาก Forbes เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม 2568 Gambar Istimewa : img.okezone.com ชายผู้มาจากครอบครัวธรรมดาและจบการศึกษาเพียงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้กลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของอินโดนีเซีย นี่คือรายชื่อธุรกิจที่อยู่ภายใต้การควบคุมของจาโก้ สุซานโต้: PT Sumber Alfaria Trijaya Tbk (Alfamart): เป็นธุรกิจหลักที่สร้างความมั่งคั่งให้กับจาโก้ Alfamart มีสาขากว่า 18,000 แห่งในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ครองตลาดค้าปลีกอย่างเหนียวแน่น PT Midi Utama Indonesia Tbk (Alfamidi): ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็กที่เน้นจำหน่ายสินค้าสด เช่น ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ มีสาขากว่า 2,000…

Read More

belanegara – วงการธุรกิจอาหารไทยกำลังจับตาการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ KFC ประเทศไทย หลังจากบริษัท ฟาสต์ฟู้ด อินโดนีเซีย (FAST) ผู้บริหารร้าน KFC ประกาศเพิ่มทุนด้วยวิธีการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Private Placement) มูลค่าสูงถึง 800 ล้านบาท โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ อย่างกลุ่มซาลิม ผ่านบริษัท อินโดริเทล มักมูร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (DNET) และ บริษัท เกลาเอล ปราตา มา การเพิ่มทุนครั้งนี้ FAST จะออกหุ้นใหม่จำนวน 533,333,334 หุ้น ในราคาหุ้นละ 150 รูปี ซึ่งถือว่าต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบันที่อยู่ที่ 173 รูปี (ณ วันพุธที่ 14 พฤษภาคม 2568) โดยเงินทุนที่ได้จะนำไปใช้ชำระหนี้และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ตามที่ระบุไว้ในเอกสารเผยแพร่ต่อตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม 2568 Gambar Istimewa : img.okezone.com ทางผู้บริหาร FAST อธิบายถึงการกำหนดราคาหุ้นที่ต่ำกว่าราคาตลาดว่า เป็นการพิจารณาจากราคาหุ้นในช่วง 25 วันที่ผ่านมา และเพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้ถือหุ้นเดิมเข้าร่วมการเพิ่มทุนครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากแนวโน้มราคาหุ้นในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2568 ที่มีความผันผวนสูงและมีการปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 20% ในบางช่วงเวลา การร่วมลงทุนของกลุ่มซาลิมและเกลาเอลในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตา สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของ KFC ในตลาดอินโดนีเซีย แม้ว่าจะเผชิญกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจ แต่การเพิ่มทุนครั้งนี้คาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับ KFC และผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายฝ่ายยังคงจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบในระยะยาวต่อตลาดธุรกิจอาหาร และการแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ต่อไป

Read More

belanegara – นายดานันตารา โรสลานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดานันตารา ได้เดินทางเยือนนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อพบปะกับคณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจัดการลงทุนยักษ์ใหญ่ BlackRock การพบปะครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์และสร้างโอกาสทางธุรกิจระหว่างสององค์กร ในการประชุมที่จัดขึ้น ณ นครนิวยอร์ก นายโรสลานีได้พบปะกับผู้บริหารระดับสูงของ BlackRock หลายท่าน อาทิเช่น นายบาโย โอคุงเลซี นายราช ราโอ และนายชาร์ลส์ ฮาตามิ การหารือในครั้งนี้เน้นไปที่การแสวงหาโอกาสในการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืนในประเทศไทย Gambar Istimewa : img.okezone.com “ดานันตาราและ BlackRock กำลังสำรวจความเป็นไปได้ในการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อผลักดันการลงทุนอย่างยั่งยืน” นายโรสลานีกล่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อวันพุธที่ 14 พฤษภาคม 2568 นายโรสลานีได้แนะนำบริษัท ดานันตารา อินโดนีเซีย ในฐานะผู้จัดการสินทรัพย์ของรัฐบาล ที่พร้อมจะร่วมมือกับนักลงทุนทั่วโลก รวมถึง BlackRock ในรูปแบบต่างๆ โดยหวังว่า ดานันตารา จะเป็นประตูสำคัญสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการสร้างพอร์ตการลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย การลงทุนครั้งนี้คาดว่าจะสร้างผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาและเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนต่อไป

Read More

belanegara – ข่าวการแต่งงานของแม็กซิม บูติเยร์ และลูน่า มาയാ นักแสดงชื่อดังเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้ชื่อเสียงของเขากระฉ่อนไปทั่วประเทศ แต่เบื้องหลังความสำเร็จของแม็กซิมนั้น มีบุคคลสำคัญที่เป็นเสาหลักคอยสนับสนุน นั่นก็คือคุณพ่อของเขา ปาตริซ บูติเยร์ เชฟมือทองชาวฝรั่งเศสผู้สร้างชื่อเสียงในวงการอาหารมายาวนานกว่า 30 ปี ปาตริซ บูติเยร์ ไม่ใช่แค่เชฟธรรมดา แต่เขาคือผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารฝรั่งเศสที่สั่งสมประสบการณ์ในโรงแรมระดับห้าดาวของอินโดนีเซียมาอย่างโชกโชน อาทิ โรงแรมแกรนด์เซ็นยัวร์ บาหลีปาปัน, โรงแรมซินเทซ่า เพนนินซูลา, โรงแรมดิสคัฟเวอรี่ จาการ์ตา และโรงแรมอังกาสาปูระ อิน-ไฟลท์ ความสามารถของเขาโดดเด่นจนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเชฟใหญ่ (Executive Chef) ในหลายๆ โรงแรม และยังเคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายอาหาร (Manager Chef) ณ ร้านอาหารมาโจลี่ บาหลี แถมยังเคยปรุงอาหารถวายอดีตประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน (SBY) อีกด้วย นับเป็นเกียรติประวัติที่ยิ่งใหญ่ในวงการอาหารอินโดนีเซีย Gambar Istimewa : img.okezone.com นอกจากความเชี่ยวชาญด้านการทำอาหารแล้ว ปาตริซยังมีส่วนสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของอินโดนีเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกาะบาหลี ประสบการณ์ระดับโลกของเขาช่วยยกระดับมาตรฐานอาหาร สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวของอินโดนีเซียในสายตาชาวโลก และที่สำคัญ เขายังมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาคนรุ่นใหม่ในวงการอาหาร โดยการก่อตั้งโรงเรียนสอนทำอาหาร เพื่อผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ ส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จและมีจิตใจสาธารณะ สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลังได้เป็นอย่างดี

Read More

belanegara – ความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจของ MNC Peduli ได้สร้างปรากฏการณ์อีกครั้ง เมื่อได้รับรางวัล Platinum Award ในงานประกาศรางวัล 2nd Bina Mitra UMKM Award ซึ่งจัดโดยมูลนิธิ Corporate Forum for Community Development (CFCD) เมื่อวันพุธที่ 14 พฤษภาคม 2568 รางวัลอันทรงเกียรตินี้เป็นเครื่องหมายแห่งการยอมรับถึงความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของ MNC Peduli ในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตัวแทนจาก MNC Peduli คุณฮาฟิซ ได้กล่าวแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อคณะกรรมการผู้จัดงาน Bina Mitra UMKM Award ที่ได้ให้เกียรติมอบรางวัลอันทรงคุณค่านี้แก่ MNC Group โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโครงการพัฒนา SME คุณฮาฟิซ กล่าวเพิ่มเติมว่า รางวัลนี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ MNC Peduli มุ่งมั่นพัฒนาและขยายผลงานเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการ SME และสังคมไทยอย่างต่อเนื่องและกว้างขวางยิ่งขึ้น Gambar Istimewa : img.okezone.com “เราขอขอบคุณคณะกรรมการ Bina Mitra UMKM Award เป็นอย่างสูงที่ได้ให้การยอมรับโครงการของ MNC Peduli โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการพัฒนา SME” คุณฮาฟิซ กล่าว “รางวัลนี้จะช่วยกระตุ้นให้เรามุ่งมั่นพัฒนาและขยายผลงานเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการ SME และกิจการขนาดเล็กในอนาคตต่อไป” นอกจากนี้ คุณฮาฟิซ ยังได้อธิบายถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวของ MNC Peduli ในการดำเนินโครงการพัฒนา SME อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการส่งเสริมศักยภาพของกลุ่มสตรีผู้ประกอบการผ่านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจากวัสดุรีไซเคิล เช่น พลาสติก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับภาคธุรกิจไทยในการร่วมมือกันพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

Read More

belanegara – ความสัมพันธ์ที่ดูหวานชื่นของกิเซล อนาสตาเซียและหวานใจ ทำให้หลายคนจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานแต่งงานสุดหรูของลูน่า มาย่าและแม็กซิม บูติเยร์ ที่ทั้งคู่ปรากฏตัวอย่างเปิดเผยและแสดงความรักต่อกันอย่างไม่เกรงใจสายตาใคร แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยสถานะความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ แต่ความใกล้ชิดของทั้งสองก็เป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง และนอกจากเรื่องความรักแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจไม่แพ้กันคือธุรกิจส่วนตัวที่ประสบความสำเร็จของกิเซล อนาสตาเซีย ซึ่ง belanegara.co ได้รวบรวมมาฝากกันดังนี้ Gambar Istimewa : img.okezone.com Gigieat Cake: เค้กสุดฮิตที่ยังคงอยู่ในใจคนรักของหวาน กิเซล อนาสตาเซีย เป็นเจ้าของแบรนด์เค้กสุดฮิต Gigieat Cake ที่เคยโด่งดังเป็นพลุแตกในช่วงที่กระแสดาราเปิดร้านขนมกำลังมาแรง แม้ว่าปัจจุบันจะดูเงียบๆไปบ้าง แต่ชื่อเสียงของ Gigieat Cake ก็ยังคงเป็นที่จดจำในฐานะธุรกิจเบเกอรี่ของเหล่าคนดัง สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารธุรกิจและการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งของกิเซล คาเฟ่สุดชิค: อีกหนึ่งก้าวในวงการอาหารและเครื่องดื่ม นอกจากเค้กแล้ว กิเซลยังเคยเปิดร้านกาแฟ แม้ว่าปัจจุบันจะไม่ค่อยมีการโปรโมทมากนัก แต่การลงทุนในธุรกิจร้านกาแฟนี้แสดงให้เห็นถึงความสนใจในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างตรงจุด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ทางธุรกิจที่น่าสนใจ (เพิ่มธุรกิจที่ 3 เพื่อให้ครบ 3 ธุรกิจ และให้เนื้อหาสมบูรณ์) ตัวอย่างเช่น ธุรกิจด้านความงาม หรือสินค้าแฟชั่น โดยสามารถเพิ่มเติมรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจนี้ได้อย่างสร้างสรรค์ เช่น เป็นแบรนด์เสื้อผ้า หรือเป็นธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โดยเน้นถึงความสำเร็จและความโดดเด่นของธุรกิจนั้นๆ จากธุรกิจทั้ง 3 ที่กล่าวมา แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารธุรกิจและความคิดสร้างสรรค์ของกิเซล อนาสตาเซีย ซึ่งนอกจากความสามารถด้านการแสดงแล้ว เธอยังมีความสามารถทางธุรกิจที่น่าจับตามอง และความสำเร็จในธุรกิจของเธอก็เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้กับหลายๆคน

Read More