belanegara – วงการธุรกิจอาหารไทยกำลังจับตาการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ KFC ประเทศไทย หลังจากบริษัท ฟาสต์ฟู้ด อินโดนีเซีย (FAST) ผู้บริหารร้าน KFC ประกาศเพิ่มทุนด้วยวิธีการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Private Placement) มูลค่าสูงถึง 800 ล้านบาท โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ อย่างกลุ่มซาลิม ผ่านบริษัท อินโดริเทล มักมูร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (DNET) และ บริษัท เกลาเอล ปราตา มา
การเพิ่มทุนครั้งนี้ FAST จะออกหุ้นใหม่จำนวน 533,333,334 หุ้น ในราคาหุ้นละ 150 รูปี ซึ่งถือว่าต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบันที่อยู่ที่ 173 รูปี (ณ วันพุธที่ 14 พฤษภาคม 2568) โดยเงินทุนที่ได้จะนำไปใช้ชำระหนี้และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ตามที่ระบุไว้ในเอกสารเผยแพร่ต่อตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม 2568

ทางผู้บริหาร FAST อธิบายถึงการกำหนดราคาหุ้นที่ต่ำกว่าราคาตลาดว่า เป็นการพิจารณาจากราคาหุ้นในช่วง 25 วันที่ผ่านมา และเพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้ถือหุ้นเดิมเข้าร่วมการเพิ่มทุนครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากแนวโน้มราคาหุ้นในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2568 ที่มีความผันผวนสูงและมีการปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 20% ในบางช่วงเวลา
การร่วมลงทุนของกลุ่มซาลิมและเกลาเอลในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตา สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของ KFC ในตลาดอินโดนีเซีย แม้ว่าจะเผชิญกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจ แต่การเพิ่มทุนครั้งนี้คาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับ KFC และผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายฝ่ายยังคงจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบในระยะยาวต่อตลาดธุรกิจอาหาร และการแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ต่อไป