belanegara – ทัพสิงโตคำราม ทีมชาติอังกฤษ ยังคงเดินหน้าในเส้นทางฟุตบอลโลก 2026 อย่างต่อเนื่อง หลังโชว์ฟอร์มสุดดราม่า บุกเอาชนะเจ้าภาพร่วม เม็กซิโก ไปได้ 3-2 ถึงสนามเอสตาดิโอ อัซเตกา พร้อมกับทำลายสถิติไร้พ่ายในบ้านของเม็กซิโกในศึกฟุตบอลโลกได้อย่างน่าเหลือเชื่อ และคว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ แม้จะต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คนนานกว่าครึ่งชั่วโมงก็ตาม
เกมการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นด้วยจังหวะที่รวดเร็วและเข้มข้น โดย เดแคลน ไรซ์ กองกลางตัวเก่งของอังกฤษ ก็ได้รับใบเหลืองตั้งแต่ยังไม่ถึงนาทีแรก อังกฤษไม่ได้เร่งร้อนที่จะเปิดเกมบุก แต่เลือกที่จะควบคุมจังหวะการเล่นในสภาพสนามที่ตั้งอยู่บนความสูงกว่า 2,240 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งกลยุทธ์นี้ก็ออกดอกออกผล เมื่อ บูคาโย ซาก้า เปิดบอลให้ จู๊ด เบลลิงแฮม โหม่งประตูขึ้นนำ ก่อนที่ดาวเตะจากเรอัล มาดริด จะบวกประตูที่สองให้ตัวเองจากจังหวะที่ เอลเลียต แอนเดอร์สัน เริ่มต้น, แอนโธนี่ กอร์ดอน ต่อบอล และแฮร์รี่ เคน ส่งให้ เบลลิงแฮม ยิงเข้าไป เม็กซิโกไม่ยอมแพ้ ไล่มาเป็น 2-1 จากลูกวอลเลย์สุดสวยของ ฮูเลียน ควินโญเนส ก่อนหมดครึ่งแรก เบลลิงแฮมยังคงมีบทบาทสำคัญด้วยการเข้าสกัดจังหวะสำคัญ ช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการเสียประตูตีเสมอได้อย่างหวุดหวิด

ในครึ่งหลัง อังกฤษต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ เมื่อ เจอร์เรลล์ ควอนซาห์ ได้รับใบแดงจากการตรวจสอบของ VAR หลังไปทำฟาวล์ใส่ เฆซุส กัลลาร์โด้ ทำให้กองหลังวัย 23 ปีรายนี้ต้องเดินออกจากสนามด้วยน้ำตา และทำให้อังกฤษต้องเล่นด้วยผู้เล่นเพียง 10 คนเป็นเวลานาน โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือของทีม ไม่รอช้า ส่ง จอห์น สโตนส์ ลงมาแทน บูคาโย ซาก้า เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในแนวรับ แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่อังกฤษเหลือ 10 คนนี่เอง ที่พวกเขาสามารถขยับสกอร์หนีห่างออกไปได้อีก จากจังหวะที่ จอร์แดน พิคฟอร์ด เปิดบอลยาว บอลกระดอนไปเข้าทาง แอนโธนี่ กอร์ดอน ก่อนที่เขาจะถูกผู้รักษาประตูเม็กซิโกทำฟาวล์ในเขตโทษ และเป็น แฮร์รี่ เคน ที่รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าไปอย่างเยือกเย็น ทำให้อังกฤษนำ 3-1
ทว่า เม็กซิโกก็ยังไม่ยอมแพ้ ราอูล ฆิเมเนซ ซัดจุดโทษไล่มาเป็น 3-2 หลังจาก แฮร์รี่ เคน ไปทำฟาวล์ใส่ ไบรอัน กูเตียร์เรซ ทำให้สกอร์ขยับเป็น 3-2 และอังกฤษต้องตั้งรับอย่างหนักตลอดช่วงเวลาที่เหลือของเกม รวมถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่ยาวนานถึง 11 นาที จอร์แดน พิคฟอร์ด โชว์เซฟสำคัญหลายครั้ง ขณะที่แนวรับของอังกฤษที่นำโดย จอห์น สโตนส์, เจด สเปนซ์, แดน เบิร์น และ มอร์แกน โรเจอร์ส ก็ทำงานอย่างหนักเพื่อต้านทานแรงกดดันจากเม็กซิโกอย่างไม่หยุดหย่อน และเมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น อังกฤษก็คว้าตั๋วเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้อย่างสมศักดิ์ศรี
ชัยชนะอันล้ำค่าครั้งนี้ จะพาอังกฤษไปพบกับ นอร์เวย์ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งจะทำการแข่งขันกันที่ไมอามี ในวันอาทิตย์นี้ นอกจากจะการันตีการผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายแล้ว อังกฤษยังสร้างประวัติศาสตร์สำคัญ ด้วยการเป็นทีมแรกที่สามารถบุกมาเอาชนะเม็กซิโกในบ้านของพวกเขาเองได้ตลอดประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก