belanegara – ค่าเงินรูเปียะห์ของอินโดนีเซียเผชิญกับภาวะอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องในการซื้อขายวันนี้ โดยปิดตลาดด้วยระดับที่น่าเป็นห่วง หลังจากที่เคยพุ่งทะลุระดับ 18,000 รูเปียะห์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ มาแล้วในช่วงระหว่างวัน ก่อนจะมาปิดที่ 17,995 รูเปียะห์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการอ่อนค่าลง 32 จุด หรือประมาณ 0.18 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนถึงแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายอิบราฮิม อัสซูไอบี นักวิเคราะห์ตลาดเงินชื่อดังจาก belanegara.co ได้ให้ความเห็นว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินรูเปียะห์คือสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากรัสเซียถล่มกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนอย่างหนักเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา การโจมตีครั้งล่าสุดจากมอสโกเกิดขึ้นก่อนการประชุมสุดยอด NATO ที่ตุรกี ซึ่งคาดว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาจะเข้าร่วม รายงานระบุว่าเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นทั่วใจกลางเมือง และมีพลเมืองจำนวนมากยังคงติดอยู่ในอาคารอพาร์ตเมนต์สูงที่ได้รับความเสียหาย ขณะที่การโจมตีผสมผสานทั้งขีปนาวุธและโดรนยังคงดำเนินต่อไป

นอกจากนี้ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ตลาดจับตา แม้ว่าอุปทานทางกายภาพจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นก็ตาม นักลงทุนกำลังพิจารณาสัญญาณที่ขัดแย้งกันระหว่างวอชิงตันและเตหะรานเกี่ยวกับความมั่นคงและการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์แห่งนี้ในอนาคต หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า อิหร่านได้ตกลง "เกือบทุกอย่างที่เราต้องการ" แล้ว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของอิหร่านยังคงยืนกรานว่าเตหะรานจะไม่ยอมละทิ้งอิทธิพลเหนือช่องแคบดังกล่าว หรือยอมรับเงื่อนไขใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงการเดินเรือ สารที่หลากหลายและขัดแย้งกันนี้ได้สร้างความไม่แน่นอนในระดับสูง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบไม่สามารถปรับตัวลดลงได้มากนัก แม้ว่าซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นๆ ในอ่าวเปอร์เซียจะยังคงฟื้นฟูการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่องก็ตาม เหตุการณ์เหล่านี้ตอกย้ำถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างแยกไม่ออก และเป็นปัจจัยที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด