ฝันสลายคาบ้าน! สหรัฐฯ โดน "ปีศาจแดงยุโรป" เบลเยียมถล่มยับ 4-1 "เดอ เคเตลาเรอ" ฮีโร่พาเข้ารอบ 8 ทีมบอลโลก 2026!
belanegara – เส้นทางของทีมชาติสหรัฐอเมริกาในศึกฟุตบอลโลก 2026 ต้องยุติลงเพียงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายอย่างน่าเสียดาย เมื่อพ่ายให้กับ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" เบลเยียมไปอย่างขาดลอย 1-4 ในเกมที่สนามซีแอตเทิล สเตเดียม เมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2026 ไฮไลต์ของเกมนี้ตกเป็นของ ชาร์ลส์ เดอ เคเตลาเรอ หัวหอกดาวรุ่งจากเบลเยียม ที่ระเบิดฟอร์มทำ 2 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ พาทีมของกุนซือ รูดี้ การ์เซีย ทะลุเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศไปพบกับสเปนได้อย่างสง่างาม

เบลเยียมเปิดฉากบุกเข้าใส่เจ้าภาพตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น แม้ก่อนหน้านั้น แมตต์ ฟรีส ผู้รักษาประตูสหรัฐฯ จะต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ ทิโมธี คาสตาญ ก่อนนาทีแรกจะหมดลง ขณะที่ลูกยิงของ เลอันโดร ทรอสซาร์ และ ยูริ ตีเลอมันส์ ก็ถูกแนวรับสหรัฐฯ บล็อกไว้ได้ แต่แล้วความกดดันก็สัมฤทธิ์ผล เมื่อ ชาร์ลส์ เดอ เคเตลาเรอ จัดการซัดประตูเบิกร่องให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 9 จากการผ่านบอลเรียดหน้าประตูของ นิโคลัส รัสกิน ที่ฉกบอลได้จากจังหวะชุลมุน
สถานการณ์ของเบลเยียมมีอันต้องสะดุดเล็กน้อยเมื่อ อมาดู โอนานา ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าต้องออกจากสนามไป และสหรัฐฯ ก็ฉวยโอกาสตีเสมอได้สำเร็จในนาทีที่ 31 จากลูกฟรีคิกของ มาลิก ทิลล์แมน ที่บอลแฉลบผู้เล่นเบลเยียมเปลี่ยนทางเข้าประตูไป ทำให้ ธิโบต์ กูร์กตัวส์ หมดสิทธิ์ป้องกัน แต่สกอร์เสมออยู่ได้ไม่นาน เพียงสองนาทีต่อมา เดอ เคเตลาเรอ ก็โชว์ความเหนือชั้นอีกครั้ง โหม่งลูกเปิดจากด้านซ้ายของ เลอันโดร ทรอสซาร์ เข้าไปตุงตาข่ายอย่างเด็ดขาด โดยเอาชนะการดวลลูกกลางอากาศกับ ทิม รีม ได้อย่างสวยงาม ทำให้เบลเยียมนำ 2-1
ครึ่งหลังรูปเกมดูจะสงบลงกว่าครึ่งแรกเล็กน้อย แต่แล้วความผิดพลาดส่วนบุคคลครั้งสำคัญก็เกิดขึ้นและเปลี่ยนทิศทางของเกมไปอย่างสิ้นเชิง แมตต์ ฟรีส นายทวารสหรัฐฯ ทำบอลหลุดมือขณะโดน เดอ เคเตลาเรอ กดดันนอกกรอบเขตโทษ ฮันส์ วานาเคน ไม่รอช้าจัดการยิงไกลจากระยะนอกกรอบเข้าประตูที่ว่างเปล่าไปอย่างง่ายดาย ส่งให้เบลเยียมทิ้งห่างเป็น 3-1
สหรัฐฯ มีโอกาสที่จะลดช่องว่างลงได้เช่นกัน แต่ เซบาสเตียน แบร์ฮาลเตอร์ ยิงไม่ตรงกรอบ ขณะที่ลูกยิงของ โฟลาริน บาโลกัน ก็ยังถูก กูร์กตัวส์ ป้องกันไว้ได้ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เบลเยียมก็ลงโทษเจ้าภาพอีกครั้ง เมื่อ โรเมลู ลูกากู ที่เพิ่งถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง ฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของ คริส ริชาร์ดส์ ในแนวรับ และซัดประตูที่สี่ ปิดท้ายชัยชนะ 4-1 อย่างเด็ดขาด
ชัยชนะครั้งนี้ส่งให้เบลเยียมผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์ และเป็นครั้งที่สามจากสี่ครั้งหลังสุด (2014, 2018, 2026) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอของพวกเขา นอกจากนี้ เกมนี้ยังเป็นค่ำคืนที่พิเศษสำหรับ ชาร์ลส์ เดอ เคเตลาเรอ ที่กลายเป็นนักเตะเบลเยียมคนแรกนับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติในปี 1966 ที่มีส่วนร่วมโดยตรงกับ 3 ประตูในเกมฟุตบอลโลกหรือยูโรเพียงนัดเดียว เลอันโดร ทรอสซาร์ ก็จารึกชื่อลงในประวัติศาสตร์เช่นกัน ด้วย 1 แอสซิสต์ในเกมนี้ ทำให้เขามีสถิติรวม 2 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ในฟุตบอลโลก 2026 เทียบเท่ากับ เอเดน อาซาร์ ในปี 2018 และ แยน เซอเลอมันส์ ในปี 1986 ขณะที่ โรเมลู ลูกากู ก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงความเฉียบคมในฐานะซูเปอร์ซับ ประตูของเขาทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่ยิงประตูในฐานะตัวสำรองได้ถึง 4 เกมที่แตกต่างกันในฟุตบอลโลก รวมถึง 3 เกมในฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้
สำหรับทีมชาติสหรัฐอเมริกา ผลการแข่งขันนี้เป็นการยืดสถิติที่ไม่น่าประทับใจในรอบน็อกเอาต์ออกไปอีก จากการลงเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 7 ครั้ง พวกเขาล้มเหลวที่จะผ่านเข้ารอบต่อไปถึง 6 ครั้ง รวมถึง 4 ครั้งหลังสุดติดต่อกัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่ากังวลสำหรับอนาคตของพวกเขาในเวทีระดับโลก
belanegara.co มองว่าเบลเยียมแสดงให้เห็นถึงคุณภาพที่แตกต่างอย่างชัดเจน ที่น่าสนใจคือชัยชนะอันยิ่งใหญ่นี้ได้มาโดยไม่ต้องพึ่งพา เควิน เดอ บรอยน์ เป็นศูนย์กลางของเกม แต่กลับเป็น เดอ เคเตลาเรอ และ ทรอสซาร์ ที่ก้าวขึ้นมารับผิดชอบและสร้างความแตกต่าง ในทางกลับกัน สหรัฐอเมริกาดูเหมือนจะประสบปัญหาในการรับมือกับความกดดันตั้งแต่ต้นเกม และความผิดพลาดส่วนบุคคลถึงสองครั้งในช่วงเวลาสำคัญก็ทำให้โอกาสในการกลับมาของพวกเขาเลือนหายไปในทันที
ติดตามข่าวสารพร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก และความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ที่ belanegara.co เท่านั้น.