belanegara – แฟนบอลลิเวอร์พูลทั่วโลกกำลังนับถอยหลังรอคอยผลการจับสลากประกบคู่ในรอบลีกของศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลใหม่ หลังจากที่การแข่งขันรอบคัดเลือกสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา โดยมี 4 ทีมสุดท้ายที่คว้าตั๋วเข้ารอบได้สำเร็จ ได้แก่ เออีเค เอเธนส์, สโลวาน บราติสลาวา, เฟเนร์บาห์เช และไวกิ้ง ทำให้ตอนนี้มีครบ 36 ทีมที่จะเข้าร่วมการแข่งขันในฤดูกาลนี้ และลิเวอร์พูลก็พร้อมแล้วที่จะรอฟังผลการจับสลากที่โมนาโก ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม เวลา 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ลิเวอร์พูลเป็นหนึ่งใน 29 สโมสรที่ผ่านเข้ารอบโดยอัตโนมัติหลังจบฤดูกาลที่แล้ว โดยพวกเขาถูกจัดให้อยู่ในโถ 1 ร่วมกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และอาร์เซนอล ขณะที่แอสตัน วิลล่า และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ในโถ 2 สำหรับรูปแบบการแข่งขันในรอบลีกยังคงใช้ระบบเดิมเช่นเดียวกับสองฤดูกาลที่ผ่านมา โดยลิเวอร์พูลจะต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่ง 8 ทีมที่แตกต่างกัน แบ่งเป็น 4 นัดในบ้าน และ 4 นัดนอกบ้าน ซึ่งพวกเขาจะได้พบกับทีมจากแต่ละโถจำนวน 2 ทีม

อย่างไรก็ตาม กฎสำคัญข้อหนึ่งคือ ลิเวอร์พูลจะไม่สามารถพบกับสโมสรจากประเทศเดียวกันได้ในรอบแบ่งกลุ่มนี้ นั่นหมายความว่า 4 สโมสรจากอังกฤษที่อยู่ในโถ 1 และโถ 2 ซึ่งได้แก่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาร์เซนอล, แอสตัน วิลล่า และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงเป็นไปไม่ได้โดยอัตโนมัติที่จะเป็นคู่แข่งของลิเวอร์พูลในรอบนี้ การพบกันเองของทีมจากพรีเมียร์ลีกจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเข้าสู่รอบน็อกเอาต์เท่านั้น
นอกจากนี้ ยังมีกฎพิเศษอีกข้อที่ทำให้การพบกันระหว่างลิเวอร์พูลกับเรอัล มาดริดมีความซับซ้อนขึ้น โดยหงส์แดงจะไม่สามารถเปิดบ้านรับการมาเยือนของเรอัล มาดริดที่แอนฟิลด์ได้ เนื่องจากทั้งสองทีมเคยพบกันที่บ้านของลิเวอร์พูลมาแล้วถึงสองฤดูกาลติดต่อกัน กฎของยูฟ่าจึงทำให้การแข่งขันในบ้านกับสโมสรจากสเปนทีมนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้อีกในรอบลีกครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม การดวลกันที่ซานติอาโก เบร์นาเบว ยังคงเป็นไปได้ หากผลการจับสลากนำพาให้ทั้งสองทีมโคจรมาพบกันอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าหากเกิดขึ้นจริง ย่อมเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ อิบราฮิมา โกนาเต้ อาจต้องเผชิญหน้ากับอดีตเพื่อนร่วมทีม
โอกาสที่จะได้เผชิญหน้ากับบาเยิร์น มิวนิค หรืออินเตอร์ มิลาน ก็เป็นไปได้สูงเช่นกัน หากหนึ่งในสองสโมสรนี้ถูกจับมาเป็นคู่แข่งของหงส์แดง เราอาจได้เห็น หลุยส์ ดิอาซ หรือ เคอร์ติส โจนส์ ต้องดวลกับอดีตสโมสรของพวกเขา ซึ่งจะเพิ่มสีสันและความน่าสนใจให้กับการแข่งขันเป็นอย่างมาก
ก่อนหน้านี้มี 7 สโมสรที่ผ่านเข้ารอบมาได้ก่อนแล้วจากการแข่งขันรอบคัดเลือก โดยมีผลงานที่น่าสนใจ เช่น ซาบาห์ เอาชนะ ฮาโปเอล เบียร์ เชว่า ด้วยสกอร์รวม 6-4 และ โบโด/กลิมท์ ที่เอาชนะ เอ็นอีซี ไปอย่างขาดลอย 6-1 ส่วนดราม่าที่น่าจดจำคือการที่เซลติกต้องตกรอบไปอย่างพลิกความคาดหมาย หลังพ่ายให้กับ LASK 5-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทำให้ LASK ผ่านเข้ารอบไปด้วยสกอร์รวม 5-4 ส่วน 4 โควตาสุดท้ายก็ถูกตัดสินไปเมื่อคืนวันพุธ โดย เออีเค เอเธนส์ ถล่ม เลฟสกี้ โซเฟีย 4-0, สโลวาน บราติสลาวา ชนะ เซลเย 2-1, เฟเนร์บาห์เช เอาชนะ ลียง 2-1 และ ไวกิ้ง เป็นทีมสุดท้ายที่คว้าตั๋ว หลังเอาชนะ ดินาโม ซาเกร็บ 3-1
เมื่อผู้เข้าร่วมการแข่งขันครบถ้วนแล้ว สายตาทุกคู่จึงจับจ้องไปที่การจับสลาก ซึ่งลิเวอร์พูลได้ทราบข้อจำกัดส่วนใหญ่แล้ว รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะไม่พบกับ 5 ทีมดังในรอบลีกนี้ กฎเกณฑ์เหล่านี้ทำให้การจับสลากของลิเวอร์พูลน่าสนใจยิ่งขึ้น เพราะคู่แข่งของพวกเขาไม่ได้ถูกกำหนดด้วยผลการจับสลากเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีกฎเกี่ยวกับประเทศและข้อบังคับเรื่องสนามเหย้าที่เข้ามาจำกัดความเป็นไปได้ การที่พวกเขาไม่สามารถพบกับสโมสรจากอังกฤษได้ในรอบนี้ ยิ่งทำให้แผนที่การแข่งขันของลิเวอร์พูลเปลี่ยนไป พวกเขาอาจต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งจากประเทศอื่น ๆ รวมถึงบาเยิร์น มิวนิค หรืออินเตอร์ มิลาน ที่อาจนำไปสู่การพบกันอีกครั้งกับอดีตเพื่อนร่วมทีม จับตาดูว่าโชคชะตาจะนำพา ‘หงส์แดง’ ไปพบกับใครในเส้นทางสู่ถ้วยยุโรปใบใหญ่ที่สุดนี้