ฟ้าผ่าสแตมฟอร์ด บริดจ์! เชลซีปลด ‘มาเรสก้า’ พ้นเก้าอี้กุนซือ เซ่นผลงานบู่-เสียงโห่แฟนบอล ก่อนเกมสำคัญ
belanegara – สโมสรเชลซีสร้างความตกตะลึงให้กับวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เมื่อประกาศแยกทางกับผู้จัดการทีม เอ็นโซ มาเรสก้า อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางผลงานที่ย่ำแย่และแรงกดดันจากแฟนบอลอย่างหนักหน่วง เพียงไม่กี่วันก่อนเกมสำคัญที่ทัพ "สิงห์บลู" มีคิวลงสนาม การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังช่วงเวลาอันยากลำบากที่ทำให้สถานะของทีมตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง และก่อให้เกิดความตึงเครียดภายในสโมสรอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ระยะเวลาการคุมทีมของมาเรสก้าที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ต้องยุติลงอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เขาเข้ามาทำหน้าที่ได้ไม่นานนัก (ประมาณ 18 เดือนตามรายงาน) ผลงานของทัพสิงห์บลูในช่วงหลังน่าผิดหวังอย่างยิ่ง โดยเฉพาะใน 7 นัดหลังสุดของพรีเมียร์ลีกที่เก็บชัยชนะได้เพียงนัดเดียว ส่งผลให้อันดับตารางคะแนนของพวกเขาร่วงลงอย่างต่อเนื่อง และห่างไกลจากเป้าหมายที่วางไว้เมื่อต้นฤดูกาล
ผลงานที่น่าผิดหวังดังกล่าวถือเป็นฉากหลังสำคัญของการตัดสินใจครั้งนี้ สถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุดหลังเชลซีทำได้เพียงเสมอ 2-2 กับบอร์นมัธเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ณ สแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจบเกม แฟนบอลเจ้าบ้านได้แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง เสียงโห่และเสียงผิวปากดังกระหึ่มขึ้นเมื่อนักเตะเดินออกจากสนาม ไม่เว้นแม้แต่ เอ็นโซ มาเรสก้า ที่ตกเป็นเป้าหมายของเสียงตะโกนจากแฟนบอล รวมถึงประโยคเด็ดที่ว่า "คุณไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่" เมื่อเขาตัดสินใจเปลี่ยนตัว โคล พาลเมอร์ ออกจากสนาม
ในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ สโมสรเชลซีไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่ามาเรสก้าถูก "ไล่ออก" แต่ใช้ถ้อยคำที่นุ่มนวลกว่า โดยระบุว่า "เอ็นโซและสโมสรเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะมอบโอกาสที่ดีที่สุดให้ทีมกลับมาสู่เส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง" การจากไปของมาเรสก้าถูกประกาศผ่านแถลงการณ์สั้นๆ จำนวน 99 คำ ซึ่งเผยแพร่สู่สาธารณะหลังจากมีการหารือเกี่ยวกับอนาคตของเขาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ตามแหล่งข่าวที่อ้างโดย ESPN สาเหตุหลักเบื้องหลังการจากไปของมาเรสก้าคือความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่องระหว่างตัวโค้ชและผู้บริหารระดับสูงของสโมสร ความร้าวฉานดังกล่าวได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้เกิดการแยกทางของทั้งสองฝ่ายในที่สุด
ด้วยการตัดสินใจครั้งนี้ เชลซีจึงเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งท่ามกลางฤดูกาลที่ยังไม่สิ้นสุด หลังจากที่ได้ปิดฉากยุคสั้นๆ ของเอ็นโซ มาเรสก้า ในตำแหน่งหัวหน้าโค้ชอย่างเป็นทางการ และต้องเร่งหาผู้เข้ามาทำหน้าที่แทนเพื่อกอบกู้สถานการณ์ของทีมให้กลับมาสู่จุดที่ควรจะเป็นโดยเร็วที่สุด
