belanegara – ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตำแหน่งกุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก กำลังเผชิญกับปัญหาเรื้อรังที่ถูกพูดถึงมาอย่างยาวนาน ไม่ใช่แค่กูรูและแฟนบอลเท่านั้นที่มองเห็น แต่คู่แข่งในสนามก็รับรู้ถึงปัญหาสำคัญนี้เป็นอย่างดี นั่นคือ "แผนการเล่นที่คาดเดาได้ง่ายเกินไป"
ประเด็นร้อนนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด มีรายงานว่า คริสโตเฟอร์ วิเวลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายสรรหานักเตะของสโมสร เคยออกมาเตือนตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาลแล้วว่าแท็กติกของทีมนั้น "แข็งทื่อ" และจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นมากกว่านี้ คำเตือนดังกล่าวดูเหมือนจะได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนหลังเกมที่แมนยูฯ พบกับฟูแล่ม ซึ่งทั้ง มาร์โก ซิลวา กุนซือของฟูแล่ม และ อเล็กซ์ อิโวบี ผู้เล่นคนสำคัญ ต่างยอมรับว่าพวกเขารู้ดีว่าจะรับมือกับรูปแบบการเล่นของ "ปีศาจแดง" ได้อย่างไร

ซิลวาถึงกับเปิดเผยกลยุทธ์ของเขาอย่างตรงไปตรงมาว่า กุญแจสำคัญคือการมีผู้เล่นสามคนในแผงมิดฟิลด์ บวกกับอิโวบีที่คอยโจมตีพื้นที่ว่างด้านหลังกองกลางตัวรับคู่ของแมนยูฯ ด้านอิโวบีเองก็เสริมว่า พวกเขาเตรียมแผนมาเป็นอย่างดีเพื่อเจาะเข้าสู่พื้นที่ว่างด้านหลังคู่หู บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ คาเซมิโร่ และแผนนั้นก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
แน่นอนว่าคำกล่าวจากฝั่งคู่แข่งเช่นนี้ สร้างความไม่พอใจอย่างมากภายในสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะมันเป็นการตอกย้ำถึงปัญหาใหญ่ที่ทีมกำลังเผชิญอยู่ นั่นคือแท็กติกที่ถูกอ่านขาดได้โดยง่าย และความกังวลนี้ยังถูกสะท้อนผ่านโซเชียลมีเดีย เมื่อ แพทริค ดอร์กู นักเตะดาวรุ่ง เคยไปกดไลก์โพสต์ที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า บรูโน่ และ คาเซมิโร่ ไม่เหมาะที่จะเล่นเป็นกองกลางตัวรับคู่กัน
ปัญหาของคู่หูคู่นี้ถูกจับตามองมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่เมื่อถูกถอยลงมาเล่นในตำแหน่งที่ลึกเกินไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็จะสูญเสียความสร้างสรรค์และความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้ายไปอย่างน่าเสียดาย หลายฝ่ายเชื่อว่าเพลย์เมกเกอร์ชาวโปรตุเกสรายนี้ไม่เหมาะที่จะยืนเป็นกองกลางตัวกลาง เพราะมันยิ่งทำให้เกมรุกของทีมที่ขาดความดุดันอยู่แล้ว ยิ่งด้อยประสิทธิภาพลงไปอีก
แม้แต่ตำนานสโมสรอย่าง พอล สโคลส์ ก็ยังออกมาแสดงความคิดเห็น โดยระบุว่า โคบี้ ไมนู ดาวรุ่งพรสวรรค์ของทีม กำลังถูกทำลายพัฒนาการเพราะแท็กติกที่ไม่ได้เอื้อให้ผลผลิตจากอะคาเดมีรายนี้ได้เติบโตอย่างเต็มที่ สโคลส์เชื่อว่าไมนูเหมาะกับการเล่นในระบบกองกลางสามคน แต่ทีมกลับใช้เพียงกองกลางตัวกลางสองคน บวกกับผู้เล่นหมายเลข 10 อีกสองคนอยู่ด้านหลังกองหน้า ซึ่งทำให้สมดุลของทีมเสียไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ คาเซมิโร่ ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเมื่อก่อน และไมนูเองก็ยังไม่ได้รับความไว้วางใจอย่างเต็มที่
บทสรุปที่เจ็บปวดสำหรับกุนซือที่ยึดติดกับแผนการเล่นเดิมๆ ก็คือ เมื่อคู่แข่งสามารถอ่านแท็กติกได้ตั้งแต่ต้นเกม ทุกนัดก็จะกลายเป็นงานหนักเสมอ และนั่นคือสิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเผชิญมาตลอดฤดูกาลนี้ การที่กุนซือไม่สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้ยืดหยุ่นได้ จึงต้องจ่ายราคาแพงด้วยการเผชิญหน้ากับความกดดันอย่างหนักในตำแหน่งของตนเอง

