belanegara – การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญกำลังเกิดขึ้นในแวดวงโครงสร้างพื้นฐานของอินโดนีเซีย เมื่อ PT Jasa Marga (Persero) Tbk บริษัทบริหารจัดการทางด่วนชั้นนำของประเทศ ได้ประกาศปรับทิศทางกลยุทธ์ธุรกิจครั้งใหญ่ โดยมุ่งเน้นไปที่ "การสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน" (value-oriented) แทนที่จะเป็นเพียงการเติบโตของสินทรัพย์ ซึ่งการปรับกลยุทธ์นี้มีเป้าหมายเพื่อส่งมอบประโยชน์ที่กว้างขวางยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่สำหรับบริษัทเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสังคม ผู้ใช้ทาง นักลงทุน และประเทศชาติโดยรวม
นายริวัน เอ. ปุรวันโตโน ประธานกรรมการบริหารของ Jasa Marga ได้เน้นย้ำว่า ความสำเร็จของบริษัทนับจากนี้ไปจะไม่ได้วัดจากขนาดของสินทรัพย์หรือความยาวของเส้นทางด่วนที่บริหารจัดการอีกต่อไป แต่จะวัดจาก "คุณค่า" ที่สามารถสร้างขึ้นให้กับสาธารณะผ่านการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เขาอธิบายว่า "สินทรัพย์ทุกชิ้น นวัตกรรมทุกอย่าง และทางด่วนทุกกิโลเมตร จะต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางของกลยุทธ์ธุรกิจ ภายใต้หลักการ ‘รู้จักลูกค้าของคุณ’ (Know Your Customer)"

นอกจากนี้ Jasa Marga ยังได้ริเริ่มแนวคิด "โครงสร้างพื้นฐานในฐานะวัฒนธรรม" หรือ "Infraculture" ซึ่งเป็นการยกระดับบทบาทของทางด่วนให้เป็นมากกว่าแค่โครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงการเดินทาง แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการคมนาคมขนส่งที่สมบูรณ์แบบ ที่สามารถยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้ใช้ และพร้อมกันนั้นยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากการยกระดับบริการดิจิทัล โดยมี "ศูนย์บัญชาการทางด่วน Jasamarga" หรือ Jasamarga Tollroad Command Center (JMTC) เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมการปฏิบัติงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล สามารถเฝ้าระวังและบริหารจัดการสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ ทำให้การเดินทางบนทางด่วนมีความปลอดภัย สะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ข่าวนี้รายงานโดย belanegara.co