belanegara – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (PSG) ผงาดคว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 2026 ไปครองได้สำเร็จ หลังเอาชนะแอสตัน วิลล่า ไปอย่างสุดระทึก 2-1 ในการแข่งขันที่ดุเดือด ณ สนามเรดบูลล์ อารีน่า เมืองซาลซ์บวร์ก ประเทศออสเตรีย เมื่อช่วงเช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (ตามเวลาประเทศไทย) โดยชัยชนะครั้งนี้ยังทำให้ทัพ "เปแอสเช" สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์รายการนี้ได้สองสมัยติดต่อกันอีกด้วย
การปะทะกันของสองยอดทีมจากยุโรปดำเนินไปอย่างเข้มข้นตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มเกม ทั้งสองฝ่ายต่างงัดฟอร์มเก่งออกมาสู้กันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงท้ายเกมที่ต้องลุ้นกันจนวินาทีสุดท้าย อย่างไรก็ตาม เป็นทางฝั่ง PSG ที่ดูเหมือนจะครองเกมและสร้างโอกาสได้ก่อน

"เปแอสเช" เริ่มต้นเกมด้วยความดุดัน และเกือบได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 20 เมื่อ เดซิเร ดูเอ ได้โอกาสสับไกยิง แต่ มาร์โก บิซอต ผู้รักษาประตูของแอสตัน วิลล่า ยังคงโชว์ฟอร์มเซฟได้อย่างยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตาม เพียงสี่นาทีต่อมา แนวรับของ "สิงห์ผงาด" ก็ต้านทานไม่ไหว ควิชา ควารัตสเคเลีย ดาวเตะชาวจอร์เจีย พลิกสถานการณ์ให้ PSG ขึ้นนำ 1-0 ด้วยการโซโล่เดี่ยวสุดสวย ก่อนจะซัดบอลเสียบกลางประตูไปอย่างเด็ดขาด หลังรับบอลมาจาก ดูเอ
แอสตัน วิลล่า ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และพยายามตอบโต้ทันที เกือบได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 28 จากลูกโหม่งระยะเผาขนของ ไบรอัน มาดโจ แต่บอลยังคงหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย ทว่า มาดโจ ไม่ปล่อยโอกาสครั้งที่สองให้หลุดลอยไป ในนาทีที่ 45 ดาวรุ่งวัยเพียง 17 ปีรายนี้ก็จัดการซัดประตูตีเสมอให้ "สิงห์ผงาด" เป็น 1-1 ได้สำเร็จ จากการแปบอลจังหวะแรกรับลูกครอสจาก จอห์น แม็คกินน์ ประตูนี้ยังสร้างประวัติศาสตร์ให้ มาดโจ กลายเป็นผู้ทำประตูอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพอีกด้วย และสกอร์ 1-1 ก็คงอยู่จนจบครึ่งแรก
ครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้นด้วยความคึกคัก แอสตัน วิลล่า ยังคงเดินหน้าบุก และเกือบพลิกขึ้นนำในนาทีที่ 50 จากการยิงของ แม็คกินน์ แต่ มัตเวย์ ซาโฟนอฟ นายทวาร PSG ยังคงป้องกันไว้ได้ อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมมาถึงในนาทีที่ 61 เมื่อ เดซิเร ดูเอ กลับมาเป็นฮีโร่อีกครั้ง เขาจัดการยิงประตูให้ PSG ขึ้นนำ 2-1 แม้จะมีความกังวลว่าอาจมีการล้ำหน้า แต่หลังจากการตรวจสอบของ VAR ประตูก็ได้รับการยืนยันว่าถูกต้อง ทำให้ "เปแอสเช" กลับมาได้เปรียบอีกครั้ง
ช่วงเวลาที่เหลือ แอสตัน วิลล่า พยายามเร่งเครื่องเพื่อทวงประตูคืน แต่ PSG เลือกที่จะเน้นเกมรับและรอโอกาสสวนกลับ การบุกอย่างหนักของ "สิงห์ผงาด" ไม่เป็นผลสำเร็จ และเมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็เป็นฝ่ายคว้าชัยไป 2-1 พร้อมชูถ้วยยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 2026 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ ชัยชนะครั้งนี้ยังทำให้ PSG เดินตามรอยเท้าของเอซี มิลาน และเรอัล มาดริด ที่เคยคว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพได้สองสมัยติดต่อกัน