belanegara – กรมศุลกากรและสรรพสามิตอินโดนีเซีย (DJBC) ร่วมกับหน่วยรักษาความปลอดภัยการบิน (Avsec) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เปิดปฏิบัติการครั้งสำคัญ สกัดกั้นความพยายามลักลอบขนทองคำออกนอกประเทศผ่านท่าอากาศยานนานาชาติซูการ์โน-ฮัตตา (Soekarno-Hatta) ได้สำเร็จ ในสองปฏิบัติการแยกกัน เจ้าหน้าที่สามารถยึดทองคำของกลางได้รวมทั้งสิ้น 23.78 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 6.3 หมื่นล้านรูเปียห์ หรือราว 130 ล้านบาทไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและขนาดของขบวนการค้าของเถื่อนที่พยายามใช้ช่องโหว่ในระบบขนส่งทางอากาศ
นายจาก้า บูดิ อุตะมา อธิบดีกรมศุลกากรและสรรพสามิตอินโดนีเซีย เปิดเผยรายละเอียดว่า การจับกุมครั้งแรกพุ่งเป้าไปที่ชาวจีน 7 ราย ที่กำลังจะเดินทางไปยังฮ่องกง เจ้าหน้าที่ตรวจพบทองคำที่ถูกซุกซ่อนอย่างแนบเนียนด้วยวิธีการ "สอดซ่อนตามร่างกาย" (body insertion) ซึ่งเป็นกลวิธีที่ยากต่อการตรวจจับ "ของกลางประกอบด้วยทองคำแท่งรูปทรงกระบอก 24 กะรัต จำนวน 41 ชิ้น น้ำหนักรวม 17.43 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 4.6 หมื่นล้านรูเปียห์" นายจาก้ากล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาในกรุงจาการ์ตา

สำหรับการจับกุมครั้งที่สอง ได้เปิดโปงกลโกงอีกรูปแบบหนึ่งที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยพบว่ามีการสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน (ground handling staff) เพื่อลักลอบส่งทองคำให้กับผู้โดยสารชาวอินโดนีเซีย 2 ราย ที่มีจุดหมายปลายทางดูไบ ผ่านอาคารผู้โดยสาร 3 ของท่าอากาศยานซูการ์โน-ฮัตตา ในปฏิบัติการนี้ เจ้าหน้าที่สามารถยึดทองคำแท่งรูปทรงสี่เหลี่ยม (cast bar) จำนวน 7 ชิ้น น้ำหนัก 6.35 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 1.7 หมื่นล้านรูเปียห์
นายปูร์บายา ยูดิ ซาเดวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย ได้เน้นย้ำว่า กรมศุลกากรในฐานะผู้พิทักษ์ชายแดนของประเทศ จะต้องเพิ่มความระมัดระวัง ขีดความสามารถ และการกำกับดูแลที่อิงตามความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง มาตรการเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากวิธีการลักลอบขนของเถื่อนมีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาติ รายงานข่าวจาก belanegara.co ระบุ