belanegara – เชลซีโชว์ฟอร์มสุดดุเหยียบแมนยูขาดลอย 3-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2026/2027 นัดที่ 9 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ณ สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยทัพ "สิงห์บลูส์" ของเอ็นโซ มาเรสกา เก็บ 3 แต้มสำคัญได้สำเร็จ ท่ามกลางความผิดหวังอย่างหนักของฝั่ง "ปีศาจแดง" ที่เกมรับพังทลายในช่วงครึ่งหลัง
แม้ในช่วงครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ ไมเคิล แคร์ริก จะเป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่า และเกือบจะได้ประตูออกนำจากลูกโหม่งของ มาเทอุส คุนญ่า ในนาทีที่ 34 จากลูกเตะมุมของ บรูโน แฟร์นันเดส แต่สุดท้ายต้องถูก VAR ริบคืนเนื่องจากอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ที่ยังคงเสมอกันอยู่ 0-0

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในครึ่งหลัง เมื่อโชคชะตาเริ่มเข้าข้างเจ้าบ้านอย่างเต็มตัว เชลซีเปิดฉากทำประตูขึ้นนำได้ในนาทีที่ 50 จากจังหวะลากเลื้อยสุดสวยของ มอร์แกน โรเจอร์ส ที่รับบอลจาก โรเมโอ ลาเวีย แล้วกระชากผ่านแนวรับปีศาจแดงเข้าไปยิงผ่านมือ เซนเน ลัมเมนส์ เข้าไปอย่างเหนือชั้น
สถานการณ์ของแมนยูยิ่งแย่ลงไปอีกในนาทีที่ 63 เมื่อ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ไปทำฟาวล์หนักใส่ เวสลีย์ โฟฟานา จนโดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม ทำให้ทีมต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน และเพียงนาทีต่อมา โคล พาลเมอร์ ก็ไม่พลาดสังหารจุดโทษให้เชลซีหนีห่างเป็น 2-0
เมื่อได้เปรียบตัวผู้เล่น เชลซีเดินหน้าบุกหนักจนมาได้ประตูที่สามในนาทีที่ 71 จากลูกยิงอันทรงพลังของ เอสเตเวา วิลเลียน ที่ได้รับแอสซิสต์จากพาลเมอร์ จบเกมเชลซีถล่มไปอย่างขาดลอย 3-0
แม้ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ไบรอัน เอ็มเบอโม จะเกือบทำประตูตีไข่แตกให้แมนยูได้ แต่ลูกยิงดันไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย ผลการแข่งขันนี้ทำให้เชลซีขยับขึ้นไปเกาะกลุ่มลุ้นแชมป์อย่างเหนียวแน่น ในขณะที่แมนยูต้องเผชิญกับวิกฤตฟอร์มตกที่ยังคงยืดเยื้อต่อไป ตามรายงานจาก belanegara.co