belanegara – สถานการณ์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยิ่งย่ำแย่ลงทุกขณะ หลังจากล่าสุดต้องบุกไปพ่ายให้กับเชลซีถึงถิ่น 0-2 ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ทีมเสียแต้มสำคัญ แต่ยังสร้างความหนักใจอย่างหนักให้กับไมเคิล แคร์ริก กุนซือคนปัจจุบัน ที่เริ่มตั้งคำถามถึงความทุ่มเทและผลงานของนักเตะตัวหลักถึง 3 รายที่ทำลายแผนการเล่นของทีมจนพังพินาศ
แม้ในช่วงครึ่งแรก "ปีศาจแดง" จะดูมีทรงเกมที่น่าสนใจ แต่ทว่าภาพรวมกลับพังทลายลงอย่างสิ้นเชิงในครึ่งหลัง หลังจากโดนประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 50 และสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อทีมต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนหลังจากโดนประตูที่สอง ผลลัพธ์นี้ส่งผลให้แมนฯ ยูไนเต็ด ร่วงลงไปอยู่โซนล่างของตาราง โดยเก็บได้เพียง 7 แต้มจาก 9 นัด ซึ่งถือว่าแย่กว่ายุคของเอริก เทน ฮาก ที่เก็บได้ 11 แต้มจาก 9 นัดในช่วงก่อนถูกปลดเมื่อปี 2024 เสียอีก
เป้าหมายต่อไปของทีมคือศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่ต้องพบกับโรม่า ซึ่งเป็นโอกาสเดียวที่จะช่วยกู้ชื่อเสียงในยุโรป แม้ฟอร์มในถ้วยใบนี้จะไม่สู้ดีนัก โดยชัยชนะครั้งล่าสุดคือการเอาชนะซาบาห์เมื่อวันที่ 10 กันยายน หลังจากนั้นก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับแอตเลติโก มาดริด และโคโม ตามลำดับ หากเกมถัดไปที่ต้องพบกับโรม่าและแอสตัน วิลล่า ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องเผชิญกับสถิติไม่ชนะใครยาวนานถึง 2 เดือนเต็ม
แม้จะมีนักเตะอย่าง อาหมัด และ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ที่ยังโชว์ฟอร์มได้โดดเด่น แต่ปัญหาใหญ่ที่แคร์ริกต้องแก้คือฟอร์มการเล่นของ 3 ขุนพลหลักที่ทำลายความมั่นใจของทีม:
ลิซานโดร มาร์ติเนซ: ปราการหลังชาวอาร์เจนตินาทำพลาดครั้งใหญ่ด้วยการโดนใบแดงในจังหวะสำคัญ เขาทำฟาวล์ใส่ เวสลีย์ โฟฟาน่า ในกรอบเขตโทษทั้งที่โดนใบเหลืองอยู่ก่อนแล้ว ส่งผลให้แผนการเล่นที่วางไว้ต้องพังทลายลงทันที
บรูโน แฟร์นันเดส: กัปตันทีมที่ถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงหลังจากเคยถูกดรอปในเกมพบบอร์นมัธ แต่กลับทำผลงานได้อย่างไร้พิษสง ตลอดทั้งเกมเขาแทบไม่มีส่วนร่วมกับเกมรุกเลย และยิงออกกรอบไปไกลอย่างน่าผิดหวัง
เมสัน เมาท์: กองกลางที่ถูกส่งลงมาเป็นสำรองในช่วงที่ทีมตามหลัง 2 ประตูและเหลือผู้เล่นไม่เท่ากัน สถิติชี้ให้เห็นว่าเมื่อใดที่เมาท์ลงสนามเป็นตัวจริงใน 3 นัดล่าสุด แมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องพ่ายแพ้และเสียประตูรวมถึง 10 ลูก ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับทีมในยุคของแคร์ริก
ข้อมูลจาก belanegara.co รายงานว่า สถานการณ์ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด กำลังเข้าสู่จุดวิกฤตที่ต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน