belanegara – กลายเป็นประเด็นร้อนในตลาดซื้อขายนักเตะทันที เมื่อชื่อของ คาริม คูลิบาลี (Karim Coulibaly) เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งพุ่งแรงชาวเยอรมัน กลายเป็นเป้าหมายที่ยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปต่างจ้องตาเป็นมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ที่ดูเหมือนจะมีแต้มต่อสำคัญในการคว้าตัวแข้งรายนี้มาร่วมทัพในอนาคต
ย้อนกลับไปก่อนที่เขาจะย้ายจาก แวร์เดอร์ เบรเมน มาอยู่กับ สตาร์สบูร์ก ปราการหลังวัย 19 ปีรายนี้ตกเป็นข่าวกับทีมระดับบิ๊กเนมมาอย่างต่อเนื่อง รายงานจาก Fussball News ระบุว่าทั้ง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รวมถึง สปอร์ติง ลิสบอน ต่างก็ส่งแมวมองมาจับตาดูฟอร์มของเขาอย่างใกล้ชิด หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในบุนเดสลีกาเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ด้วยสถิติลงสนามถึง 27 นัด ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีทั้งความแข็งแกร่งทางร่างกาย และความเยือกเย็นในการครองบอลที่เกินวัย

แม้ว่ายักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด และ PSG จะแสดงความสนใจอย่างจริงจังในช่วงก่อนปิดตลาด แต่สุดท้าย สตาร์สบูร์ก ก็เป็นฝ่ายที่เดินเกมรุกได้รวดเร็วและเฉียบคมกว่า โดยสามารถปิดดีลคว้าตัวเขามาได้ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 360 พันล้านรูเปียห์ (ประมาณ 78 ล้านบาท) พร้อมเซ็นสัญญายาวถึง 5 ปี เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขส่วนแบ่งการขายต่ออีก 10% ให้กับแวร์เดอร์ เบรเมน อีกด้วย
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ "สายสัมพันธ์" ทางธุรกิจที่อาจทำให้เชลซีได้เปรียบ เนื่องจากโครงสร้างเจ้าของทีมสตาร์สบูร์กนั้นอยู่ภายใต้กลุ่ม BlueCo ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่ถือครองสโมสรเชลซี ทำให้ดีลนี้อาจกลายเป็นการปูทางให้แข้งอนาคตไกลรายนี้ย้ายสู่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในอนาคตอันใกล้
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ คูลิบาลียังคงมุ่งมั่นกับการปรับตัวและพิสูจน์ตัวเองในลีกเอิง ฝรั่งเศส เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการลงสนามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางฝั่งสตาร์สบูร์กเองก็แสดงท่าทีชัดเจนว่าพอใจกับพัฒนาการของนักเตะมาก และด้วยสัญญาที่ยาวไปจนถึงปี 2031 ทำให้พวกเขามีอำนาจเต็มในการต่อรองราคาหากมีทีมยักษ์ใหญ่ยื่นข้อเสนอเข้ามาในอนาคต ตามรายงานจาก belanegara.co