อนาคตแขวนบนเส้นด้าย! ไมเคิล คาร์ริค ทิ้งแคร์ริงตัน ท่ามกลางมหากาพย์การเจรจาอนาคตที่แมนฯ ยูไนเต็ด
belanegara – สถานการณ์ในรั้วแคร์ริงตันกำลังร้อนระอุถึงขีดสุด! เมื่อ ไมเคิล คาร์ริค กุนซือวัย 45 ปี ถูกจับตามองอย่างหนักถึงอนาคตในตำแหน่งเฮดโค้ชของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากมีรายงานว่าเจ้าตัวได้เดินทางออกจากศูนย์ฝึกไปท่ามกลางการประชุมเคร่งเครียดของบอร์ดบริหารที่กำลังตัดสินชะตาชีวิตของเขาในขณะนี้
เหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยคาร์ริคปรากฏตัวที่แคร์ริงตันตั้งแต่เวลา 13.50 น. เพื่อเข้าชมเกมการแข่งขันของทีมชุด U-21 ที่พบกับ ฮัลล์ ซิตี้ ก่อนจะเดินทางออกจากศูนย์ฝึกไปพร้อมกับ เจซีย์ บุตรชายนักเตะดาวรุ่งของสโมสรในเวลา 17.00 น. ทิ้งไว้เพียงคำถามตัวโตว่า "เขาจะยังอยู่ในตำแหน่งต่อไปหรือไม่?" หลังจากที่ผลงานของทีมดิ่งลงเหวอย่างน่าตกใจ
ความกดดันถาโถมเข้าใส่คาร์ริคอย่างหนัก หลังจากทัพ "ปีศาจแดง" ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังในช่วงต้นฤดูกาล โดยเก็บชัยชนะได้เพียง 2 นัด จาก 12 เกมแรกเท่านั้น แถมยังไม่ชนะใครเลยตลอด 8 นัดหลังสุด รวมถึงเกมที่พ่ายยับต่อทั้ง โคโม่ ในรายการแชมเปียนส์ลีก และ บอร์นมัธ ในพรีเมียร์ลีก จนทำให้แฟนบอลทั่วโลกต่างส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง
ไม่เพียงแค่ตัวกุนซือเท่านั้น แต่การปรากฏตัวของ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอล และ โอมาร์ เบร์ราดา ซีอีโอของสโมสร ที่เดินทางมายังแคร์ริงตันตั้งแต่ช่วงเช้า ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าการเจรจาเรื่องอนาคตของคาร์ริคนั้นกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น ซึ่งบรรยากาศในสนามหลังเกมพ่ายบอร์นมัธก็เต็มไปด้วยความตึงเครียด แฟนบอลต่างส่งเสียงโห่ไล่ทั้งตัวผู้บริหารและนักเตะด้วยความโกรธแค้น
เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการถูกปลด คาร์ริคตอบด้วยท่าทีที่สงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความหนักใจว่า "ผมเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดี ผมไม่ได้คาดหวังอะไรเป็นพิเศษ และจะทำหน้าที่ของผมต่อไปให้ดีที่สุด ผมรักที่นี่ และจะทำในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับสโมสร ไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม"
นอกจากนี้ คาร์ริคยังแสดงสปิริตความรับผิดชอบต่อผลงานที่ย่ำแย่ โดยระบุว่า "ผมยอมรับความรับผิดชอบในฐานะเฮดโค้ช ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร ชนะ แพ้ หรือเสมอ หน้าที่และความรับผิดชอบทั้งหมดตกอยู่ที่ผม"
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าปัญหาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตอนนี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องของตัวผู้จัดการทีม แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างและแท็กติกที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน หากสโมสรยังคงแก้ปัญหาไม่ถูกจุด การเปลี่ยนตัวกุนโซก็อาจจะเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและนำไปสู่กงเกวียนกำเกวียนเดิมๆ ในอนาคต
รายงานโดย: belanegara.co